คดี“ดิไอคอนกรุ๊ป”หลอกลวงลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่กำลังลุกลามบานปลาย เพราะโยงใยถึงคนดังมากมาย ทำความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง ล่าสุดขยายวงไปถึงพระชื่อดัง จากการเทศน์เชียร์เทศน์สนับสนุน โดนแจ้งความดำเนินคดีไปด้วย
แถมตอนนี้โดนขุดคุ้ยพฤติกรรมและเรื่องราวในวัดอีกหลายเรื่อง
การที่พระมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่มีเงินสะพัดอย่างไม่ปกติ ย่อมเป็นเรื่องไม่เหมาะไม่ควร
ไม่เท่านั้น ล่าสุดยังมีเรื่องใหม่อีก มีการเปิดโปงแชร์ลูกโซ่พระอีสาน ผู้เสียหายล้วนเป็นพระเณร โดนชักจูงให้ร่วมลงทุนเทรด
หมดกันไปนับพันล้านบาท
วงการพระกับธุรกิจขายฝันหวังร่ำรวยเงินลงทุน เป็นเรื่องต้องจับตามอง อาจจะมีมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าวก็ได้!?!
กระแสข่าวพระกับวงการแชร์ลูกโซ่ เป็นการตอกย้ำเรื่องราวบางด้านของวงการผ้าเหลือง ที่เราก็พอรู้ๆ กันอยู่
แต่พอเกิดเหตุการหลอกลวงลงทุนหลายๆ รายที่มีพระเกี่ยวข้อง
ยิ่งเห็นภาพชัดว่า วงการสงฆ์ซึ่งคงไม่ใช่ทั้งแวดวง แต่ก็มีไม่น้อย ที่เรียกได้ว่าเป็นวงการของผู้มีเงินทองอู้ฟู่จริงๆ!!
พระกับการรับเงินบริจาค หรือผลประโยชน์อื่นๆ จากพุทธศาสนิกชนที่เข้าวัด
ทำให้พระจำนวนไม่น้อย มีเงินทองเก็บสะสมมหาศาล!!
ทีนี้ก็เริ่มคิดแบบคนร่ำรวยทั้งหลาย เงินทองที่มีมากมาย ใช้จ่ายสนุกมือ
ยังสามารถนำไปลงทุนให้งอกเงยเพิ่มขึ้นได้อีก
ก็เลยตกเป็นเหยื่อแก๊งแชร์ลูกโซ่!
ปัญหาที่เปิดออกมาทั้งหลายทั้งปวงนี้ เป็นอีกกรณีใหญ่ที่หน่วยงานรับผิดชอบด้านศาสนา ต้องมานั่งศึกษากันยกใหญ่
จะต้องสะสางกันอย่างไร ต้องออกกฎกติกาใหม่กันแบบไหน
วงการสงฆ์กับเงินทองอู้ฟู่ ต้องควบคุมแก้ไขกันเร่งด่วน
แน่นอนว่าคงไม่ได้หมายถึงทั้งหมดของวงการพระ ไม่ได้หมายถึงทุกวัด เพราะมีอีกหลายวัดที่อยู่อย่างขาดแคลน หรืออยู่อย่างสมถะพอดิบพอดี
แต่ที่อยู่อย่างร่ำรวยอย่างไม่เหมาะสมก็มีไม่น้อย เป็นจุดที่ต้องปรับแก้
ขณะเดียวกันที่กำลังเป็นข่าว เรื่องราวไม่เข้าท่าของแวดวงสงฆ์ อย่าได้ไปตีความว่าเป็นกระบวนการข่าวทำลายศาสนาพุทธเป็นอันขาด
นี่เป็นข่าวชำระล้างมลทินให้กับพระพุทธศาสนามากกว่า!
วงค์ ตาวัน