กลุ่มคลั่งชาติที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล กรณีที่กำลังจะนำขุมพลังงานธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ทางทะเลที่เกี่ยวพันระหว่างไทยกับกัมพูชา ขึ้นมาใช้เพื่อประโยชน์ได้อย่างมากมาย
อ้างปัญหาเสียดินแดนอย่างมั่วซั่ว ขัดขวางผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน เพราะถ้านำก๊าซและน้ำมันขึ้นมาใช้เป็นผลสำเร็จ จะแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง น้ำมันแพง ได้ทันที!
ด้วยมีก๊าซธรรมชาติมากถึง 11 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต แหล่งน้ำมันขนาด 500 ล้านบาร์เรล มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านบาท ในพื้นที่ดังกล่าว
แต่ความต้องการขัดขวางผลงานของรัฐบาลเพื่อไทย ก็เลยปั่นกระแส ไทยจะเสียเกาะกูด ถ้าหากมีการเจรจาเรื่องขุมพลังงานใต้ทะเล
ทั้งที่วันนี้เกาะกูดเป็นของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์!!
ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ดังที่พวกคลั่งชาติปลุกปั่นเลย
ทำเอาคนในเกาะกูดจริงๆ หวั่นไหวกับพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้
อาจทำให้รายได้ปากท้องจากการท่องเที่ยวของเกาะกูด ต้องสูญเสียไป
เหมือนกับที่ชาวภูมิซรอล ศรีสะเกษ เคยเดือดร้อนเพราะม็อบคลั่งชาติในกรณีเขาพระวิหารมาแล้ว!!
ดังนั้น จึงต้องมีแถลงการณ์ของนายไพรัช สร้อยแสง นายอำเภอเกาะกูด จ.ตราด ที่ย้ำว่า เกาะกูด เป็นดินแดนของไทยอย่างชัดเจน ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ร.ศ.125
แต่ยังมีกลุ่มบุคคลจะลงมาจัดกิจกรรมในพื้นที่เกาะกูด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประชาชนบนเกาะกูดอย่างร้ายแรง!!!
แถลงการณ์ของนายอำเภอบอกด้วยว่า เกาะกูดเป็นอำเภอที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นหลักในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน
สร้างรายได้ให้ประเทศนับพันล้านบาท
จึงขอวิงวอนกับกลุ่มผู้รักชาติที่เสนอข่าวเกี่ยวกับเกาะกูด ได้พิจารณาให้รอบคอบก่อนนำเสนอ เพราะจะกระทบต่อประชาชน และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูดโดยตรง!
อ่านแล้ว อธิบายได้ง่ายๆ ว่า อย่าคลั่งชาติ แล้วปลุกปั่นกันจนทำให้ชาวเกาะกูด ได้รับผลกระทบ
คลั่งชาติสร้างเรื่องว่าเราจะเสียเกาะกูด ถ้ามีการเจรจานำก๊าซและน้ำมันขึ้นมาใช้
ทั้งที่เกาะกูดก็เป็นของไทยตามปกติ ไม่มีเหตุวุ่นวายอะไรเลย ถ้าจะวุ่นก็เพราะพวกคลั่งชาติขาดสตินี่แหละ
นอกจากคลั่งชาติจนทำลายความสงบสุขของชาวเกาะกูด ทำลายประโยชน์จากการท่องเที่ยวของประเทศแล้ว
ยังทำลายผลประโยชน์จากการนำก๊าซและน้ำมันใต้ทะเลขึ้นมา เพื่อทำให้คนไทยใช้ไฟฟ้าถูกลง ใช้น้ำมันถูกลงอีกด้วย!!
ที่สำคัญก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะโลกกำลังจะหันใช้พลังงานอื่นที่สะอาดกว่า
ดังนั้นหลุมก๊าซมหึมาใต้บาดาล มีระยะเวลาเหลืออีกประมาณไม่กี่สิบปีเท่านั้น ช้ากว่านี้ก็หมดโอกาสนำมาใช้ได้อีกต่อไป!?
วงค์ ตาวัน