การส่งกลับชาวอุยกูร์ไปประเทศจีน ทำให้นักสิทธิมนุษยชน สส.ฝ่ายค้าน พากันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก โดยมองในมุมมองตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างมาก น่าห่วงใยในชะตากรรมของ 40 ชีวิต
แต่ฟังในมุมของรัฐบาล ถือเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน ไม่มีทางเลือกที่ดีที่สุด จำเป็นต้องตัดสินใจในทางที่เป็นประโยชน์ต่อไทยมากที่สุด
คำอธิบายของ ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ น่าจะเห็นภาพในมุมมองของฝั่งรัฐบาลได้เป็นอย่างดี!
คือ 1.ไม่ส่งให้ใคร ขังต่อไปเรื่อยๆ จนตายคาห้องขัง ซึ่งไร้มนุษยธรรมอย่างมาก 2.ส่งไปประเทศที่สาม ซึ่งชาวอุยกูร์ต้องการมากที่สุด แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่มีประเทศไหนที่จริงใจ มีแต่คำพูดสวยหรู แล้วถ้าหากไทยขัดแย้งกับจีน ก็ไม่มีใครมาช่วยเราแน่ๆ
จนต้องเลือกทางที่ 3 ส่งกลับไปต้นทาง คือจีน โดยมีการทำข้อตกลงชัดเจน มีเอกสารเป็นทางการว่า ได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวโดยปกติสุข ไม่มีการลงโทษ
แน่นอนว่าการส่งไปจีน รัฐบาลโดนด่าโดนถล่มหนัก เพราะขัดหลักสากล แต่ถ้าส่งไปแล้ว จีนปฏิบัติตามข้อตกลง ได้กลับไปอยู่กับครอบครัว ก็จะช่วยให้คลี่คลายได้!!
ฟังความทั้งสองฝ่าย น่าขบคิดพิจารณา
แต่นั่นแหละ ตอนนี้รัฐบาลไทยเลือกแนวทางส่งกลับไปต้นทาง ด้วยมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการของจีนเป็นใบรับประกัน
ต้องลุ้นกันว่า 40 อุยกูร์ จะกลับใช้ชีวิตตามปกติ ไม่โดนขังโดนฆ่า ตามสัญญาของจีนหรือไม่!?
โดยไทยได้ส่งนายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช. ร่วมคณะไปดูเอง ตามไปจนถึงซินเจียง ไปดูถึงบ้าน ตอนนี้ก็ยังเป็นไปตามคำสัญญา
อีก 2-3 สัปดาห์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม จะบินไปดูอีกรอบ ตรวจสอบเป็นระยะๆ
ขณะเดียวกัน เมื่อส่งกลับไปจีนเช่นนี้ ไทยต้องระวังผลกระทบด้านอื่นด้วย
ต้องไม่ซ้ำรอยเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม ราชประสงค์ เมื่อปี 2558 ตายไป 20 ราย บาดเจ็บอีก 125 คน โดยจับกุมชาวอุยกูร์เป็นผู้ต้องหามือระเบิดดังกล่าว เหตุจากการส่งคนอุยกูร์กลับไปจีนนั่นเอง
ดังนั้นเมื่อเห็นพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มอบหมายให้พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผบช.น. ระดมตำรวจออกตรวจ ย่านศาลพระพรหมทันที ก็น่าดีใจว่า ไม่ประมาท!
ตรวจทั้งแยกราชประสงค์ ย่านท่องเที่ยวชาวจีน เยาวราช ห้วยขวาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและคนกรุง
เพราะไม่รู้ว่า ชาวอุยกูร์ไม่พอใจเรื่องนี้ขนาดไหน หรืออาจมีกลุ่มสร้างสถานการณ์การเมืองสวมรอยเพื่อเขย่ารัฐบาลได้!!
ยิ่งสถานทูตสหรัฐ และสถานทูตญี่ปุ่น ออกคำเตือนให้พลเมืองของตัวเองที่อยู่ในไทย ระมัดระวัง จากเหตุการณ์ส่งกลับอุยกูร์ แถมยกเหตุระเบิดศาลพระพรหมขึ้นมาเน้นย้ำ
จำเป็นที่ตำรวจนครบาลต้องทำงานเข้มข้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในกทม.
ช่วงนี้ตำรวจสันติบาลคงต้องสืบสวนหาข่าว ตำรวจตม.ต้องกลั่นกรองคนเข้ามาเป็นพิเศษ
เป็นสถานการณ์ยุ่งยาก ที่ยืดเยื้อมา 11 ปี เมื่อชาวอุยกูร์ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งกับจีน หลบหนีเข้ามาในไทย เพื่อหวังไปยังประเทศที่สาม
ไทยเราต้องแบกรับปัญหานี้ และต้องหาทางออก โดยทุกทางออกมีปัญหาตามมา!!
วงค์ ตาวัน