คงเพราะสังคมไทย เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน จึงทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักมองปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ด้วยมุมมองที่เต็มไปด้วยความยอกย้อนไปเสียทุกเรื่อง แต่ไม่มีการแยกแยะ เพราะทุกเรื่องไม่ได้เป็นเช่นนั้นไปทั้งหมด
มองจนน่าปวดหัว คิดอะไรวุ่นวายเกินไป เหมารวมไปทุกเหตุการณ์!!
อย่างกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พยายามทุกทางที่จะเข้าไปทำคดีฮั้วสว. เพราะเป็นคดีที่คนทั้งสังคมรู้เห็นกันหมดว่า เต็มไปด้วยการฮั้ว เต็มไปด้วยความผิดปกติในการได้มาซึ่งสว.
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งแรก ติดขัดหลายอย่างจนต้องเลื่อน
มาในการประชุมครั้งที่สอง คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พยายามคิดหาวิธีการที่ทำให้การอนุมัติเป็นคดีพิเศษง่ายดายที่สุด
โดยการเสนอให้ทำคดีฮั้วสว.ในฐานความผิดฟอกเงิน เพราะเป็นข้อหาที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้บอร์ดกคพ.มีช่องทางอนุมัติง่ายขึ้น!
แต่ก็นั่นแหละ บางคนอาจไม่เข้าใจในความพยายามของ ดีเอสไอ ในการคิดแนวทางที่ทำให้บอร์ดกคพ.มีมติสะดวกรวดเร็ว
โดยเฉพาะนักวิเคราะห์ที่ “อะไรๆ ก็ต้องเป็นการเมือง” “อะไรๆ ต้องมีความซับซ้อน” มองชั้นเดียวไม่ได้ ต้องมอง 108 ชั้น จึงไปจับการพบกันระหว่างเนวิน อนุทินกับทักษิณ ตีความแบบต้องลึกไว้ก่อน ต้องว่าเป็นดีลที่มีผลต่อคดีฮั้วสว.
คราวนี้ก็เลยวิเคราะห์คดีฮั้วสว.จนซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปหมด!?!
กลายเป็นว่า ฮั้วกันแล้ว ทำให้กลายเป็นแค่คดีฟอกเงิน มองว่าเป็นการถอยแบบไม่ให้เสียหน้า คือวิเคราะห์แบบต้องล้ำลึกไว้ก่อน
โดยลืมไปว่า ควรมีข้อมูลความรู้ว่า พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ เขาให้อำนาจพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอย่างชัดเจนว่า เริ่มต้นจากคดีฟอกเงินที่ได้รับอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษ สามารถขยายไปถึงคดีอั้งยี่ คดีม.116 ได้โดยกลายเป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติ!!!
แล้วไม่ลองพิจารณาด้วยว่า ดีเอสไอออกเอกสารแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังการประชุมยืนยันว่า การที่บอร์ด กคพ.อนุมัติให้ คดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษในฐานความผิดฟอกเงินนั้น
หากดีเอสไอสอบสวนในการกระทำความผิดเดียวกัน แล้วพบว่าเข้าข่ายอั้งยี่ เข้าข่ายความผิดความมั่นคง ม.116 ดีเอสไอสามารถทำคดีต่อไปได้เลยทันที ไม่ต้องขออนุมัติบอร์ด กคพ.อีก
น่าจะฟังข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ แล้วมาชั่งน้ำหนัก ลดอคติลง
การวางตัวเป็นนักวิเคราะห์ลุ่มลึก 8ชั้น 9 ชั้น มองว่าการที่กคพ.มีมติ โดยให้ทำแค่คดีฟอกเงิน แบบนี้ทำอะไรสว.ไม่ได้หรอก !?!
น่าจะวิเคราะห์โดยไม่ใส่ใจในข้อมูล หลักกฎหมาย มาประกอบกัน
เพราะกฎหมายเขาให้อำนาจไว้ชัด แล้วดีเอสไอออกคำแถลงอย่างเป็นทางการว่า จะเดินหน้าต่อไปยังคดีอั้งยี่ คดีความมั่นคงม.116 แต่ก็จะวิเคราะห์สุดโต่งว่า เป็นเกมการเมือง เดี๋ยวก็คงฮั้วกัน
มองแบบไม่เชื่อดีเอสไอเอาไว้ก่อน แต่ก็เสมือนมีท่าทีจุดยืน ไม่อยากให้ดีเอสไอทำคดีฮั้วสว.ให้ถึงที่สุดอย่างนั้นกระมัง
คิดหลายมุมไว้สักนิด จะได้ไม่กลายเป็นแค่เหยื่อสว.สีน้ำเงิน ที่พยายามทำลายน้ำหนักการทำคดีของดีเอสไอเท่านั้นเอง!
หากมองอีกด้าน อาจจะกล่าวได้ว่า การมองปัญหาทุกอย่างในบ้านเมืองนี้ว่าล้วนเกิดจากดีล
ก็แปลว่า ขณะที่พยายามต่อต้านดีล แต่กลายเป็นหมกมุ่นและสยบยอมดีลอย่างไม่รู้ตัวนั่นเอง!!
วงค์ ตาวัน