ในท่ามกลางความสลับซับซ้อนของการเมืองไทย โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เกิดปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่มากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทย ที่มีพรรคแนวอนุรักษนิยมการเมืองเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า!?!

ที่สำคัญคือ เป็นการจับขั้วตั้งรัฐบาลเพื่อโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชนหรือพรรคสีส้ม

ปรากฏการณ์นี้ทำให้พรรคเพื่อไทยถูกตั้งคำถามอย่างอื้ออึง

บ้างก็ป่าวประณามว่า เป็นพรรคตระบัดสัตย์ ข้ามขั้ว บ้างก็มองว่านี่คือโลกแห่งความเป็นจริง และเพื่อไทยกำลังเดินไปบนถนนแห่งความจริงของสังคมไทย

พร้อมๆ กัน เส้นทางเดินของเพื่อไทย ยังกระทบไปถึงขบวนการเสื้อแดง ที่เป็นฐานมวลชนกว้างใหญ่ของพรรคนี้!!

ผลกระทบต่อเสื้อแดงอย่างเป็นรูปธรรมจากเหตุการณ์ล่าสุด คือ การรำลึก 10 เมษายน ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ในงานรำลึกวีรชนเสื้อแดง 10 เมษายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปราบเสื้อแดงด้วยความรุนแรง ในการชุมนุมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่มีคนตายมากมายถึง 99 ศพ

ในหมู่แกนนำเสื้อแดง มีการแยกกันจัดงานคนละพื้นที่ และแขกที่มาร่วมงานเป็นคนละพรรคการเมือง!

งานรำลึก 10 เมษายน ครบ 15 ปี ทำให้มีภาพที่กล่าวกันไปทั่ว

แยกกันจัดระหว่างแดงเพื่อไทยกับแดงส้ม!?!

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ กับชาวพรรคเพื่อไทยก็จัดงานส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ ธิดา ถาวรเศรษฐ-หมอเหวง โตจิราการ กับชาวพรรคสีส้ม

เป็นความแตกต่าง โดยหันหน้าไปคนละทาง เดินกันไปคนละทิศ

ฝ่ายหนึ่งมองว่า การจะเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยเจริญก้าวหน้า ต้องแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ต้องรื้อเพดาน

อีกฝ่ายมองว่า ในเฉพาะหน้านี้ ยังต้องประนีประนอมทางการเมือง เพื่อโอกาสในการได้ทำงานแก้ไขปัญหาประเทศชาติ แก้เศรษฐกิจปากท้องประชาชน!

กลายเป็นความต่างระหว่างแดงส้มกับแดงเพื่อไทย อย่างไปกันคนละเรื่อง

ฝ่ายหนึ่งเชื่อมกับพรรคก้าวไกลที่กลายเป็นพรรคประชาชน อีกฝ่ายยังคงยืนอยู่กับพรรคเพื่อไทย

ทิศทางไหนกันแน่ที่ถูกต้อง เชื่อว่าอีกไม่นานเมื่อสถานการณ์คลี่คลายไป จะได้คำตอบว่าควรจะเดินแนวทางไหนดี

ระหว่างเดินหน้าชนแตกหัก เอากันให้ถึงที่สุด กับค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปรีบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

อาจจะไม่ได้ถูกหมดทั้งสองแนว หรือไม่ได้ผิดหมดทั้งสองฝ่าย

แน่นอนว่าเราไม่ควรถอยหลังหรือย่ำอยู่กับที่ ควรเดินไปข้างหน้า แต่จะเดินแบบไหน ประชาชนส่วนใหญ่คือผู้ตัดสิน!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน