นับจากปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา รวมทั้งตลอดเมษายนทั้งเดือน มีสภาพอากาศแปรปรวน เกิดพายุฝนรุนแรงแทบทุกพื้นที่ และยังคงต่อเนื่องต่อไปในต้นเดือนพฤษภาคม
นี่เพียงแค่พายุฤดูร้อน เรายังไม่เข้าสู่ฤดูฝนแต่อย่างใด!?
แต่พายุฤดูร้อนปีนี้รุนแรงอย่างมาก ราวกับเป็นฤดูฝนแล้ว ทั้งลมพัดรุนแรงบ้านเรือนพังเสียหาย บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน
น้ำท่วมในเดือนเมษายน เป็นไปได้อย่างไร แต่ก็เป็นไปแล้ว
ที่แม่สาย เชียงราย ที่เกิดน้ำท่วมหนัก โคลนจมทั้งเมืองเมื่อปลายปีที่แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดน้ำหลากจากพม่าเข้าท่วมเมืองอีก ร้านค้าขนข้าวของกันจ้าละหวั่น ยังดีที่ลดลงรวดเร็ว
ทั้งวันสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่มีฝนถล่มจนอดเล่นสาดน้ำ งานรื่นเริงคอนเสิร์ตต่างๆ ยกเลิกกันระนาว ทำเอาหมดสนุกไปตามๆ กัน!!
แต่พร้อมๆ กัน วันไหนไม่มีฝน เราก็ต้องเจออากาศร้อนแบบร้อนจัดจนน่าอันตราย
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในเมษายนปีนี้ เกิน 40 องศา ร้อนมหากาฬจริงๆ
วันก่อนมีคำเตือนจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะตัวเลขคนป่วยฮีตสโตรกเพิ่มมากขึ้น โดยเตือน 4 จังหวัด ที่จะร้อนปรอทแตกถึง 52 องศา!!
คือ ภูเก็ต ปัตตานี นครศรีธรรมราช สงขลา
พุ่งถึง 52 องศา อันตรายมากๆ ต้องไม่อยู่กลางแดด ดื่มน้ำเยอะๆ
เท่ากับว่า ระยะนี้เราต้องรับมือทั้งพายุฝน ป้องกันน้ำท่วม ไปจนถึงโรคลมแดด เพราะอากาศที่ร้อนจัดไปพร้อมๆ กัน
เรียกได้ว่า ต้องเจอทั้ง 2 ฤดูแบบสุดขั้วในช่วงเดียวกัน ในวันเดียวกัน
คำถามคือ ทำไมปีนี้สภาพอากาศจึงเหวี่ยงสุดๆ รุนแรงสุดๆ คำตอบคือภาวะโลกร้อนที่รุนแรงนั่นเอง!!
เมื่อฤดูร้อนมีความร้อนรุนแรงขึ้น การเกิดพายุฝนก็รุนแรงไปพร้อมกัน
ทั้งหลายทั้งปวง ปลายเดือนพฤษภาคม เราจะเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว น่าสงสัยว่าพายุฝนปีนี้ จะหนักหนาสาหัสขนาดไหน
การเตรียมรับฝนหนัก ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน คงต้องรีบดำเนินการแล้ว
ยังไม่หน้าฝนยังตกถล่มขนาดนี้ เมื่อเข้าฤดูฝนจริงๆ จะขนาดไหน!?!
แถมภัยธรรมชาติตัวใหม่ ที่มากับภาวะโลกร้อนรุนแรง คือ “เรนบอมบ์” ซึ่งเป็นต้นเหตุน้ำท่วมหลายจังหวัดเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งโคลนถล่มมากับน้ำจมเมืองแม่สาย
เป็นพิษเรนบอมบ์ คือ ฝนถล่มจุดเดียวไม่เคลื่อนไปไหน ทำให้ดินถล่ม โคลนทะลัก น้ำท่วมหนัก
โลกเราแปรปรวนจริงๆ ภัยธรรมชาติเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นๆ!!
วงค์ ตาวัน