ย้อนไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม มีคำให้สัมภาษณ์ของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ปฏิเสธเสียงแข็ง หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวว่า คดีฮั้วสว.ในส่วนความผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้งนั้น จะมีการแจ้งข้อหาต่อสว.ชุดแรกในวันที่ 8 พฤษภาคม

โดยประธานกกต.กล่าวเสียงแข็งว่า เป็นข่าวที่ไม่มีมูล!!

แต่ในเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม เราก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่กกต.นำทีม ร่วมกับดีเอสไอและตำรวจ แบ่งสายนำหมายลงวันที่ 8 พฤษภาคม ไปยื่นต่อสว.ที่ถูกแจ้งข้อหา

เมื่อไม่เจอตัว ก็แปะหมายที่หน้าประตูที่พัก แจ้งให้ไปรับทราบข้อหา

เป็นข่าวใหญ่เกรียวกราวไปทั่ว พร้อมกับสงสัยกันว่า เมื่อ 2 วันก่อนหน้านั้น ประธานกกต.ยังปฏิเสธข่าวอยู่เลย

ไม่อยากให้อีกฝ่ายไหวตัว หรือยังลังเล หรือยังมียื้อกันอยู่ หรืออะไรกันแน่!?

ทั้งนี้กกต.โดนวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่า หลังรับเรื่องร้องเรียนจากบรรดาผู้ที่เข้าสมัครเป็นสว. ซึ่งพบเห็นพฤติกรรมการฮั้วอย่างโจ่งแจ้ง

แต่กลับอืดอาดล่าช้า น่าสงสัย

จนทำให้ผู้ที่ยื่นร้องเรียนต้องหันไปพึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากพฤติการณ์ฮั้ว เข้าข่ายการกระทำผิดทางอาญาด้วย นอกเหนือจากความผิดกฎหมายเลือกตั้ง!

เมื่อดีเอสไอตรวจสอบก็พบพยานหลักฐานมีมูลจริง จึงเริ่มเดินเครื่อง

ขณะที่ประชาชนทั่วไปมองเห็นตั้งแต่วันเลือกสว.ระดับประเทศเมื่อ 26 มิถุนายน 2567 แล้ว เพราะพยานหลักฐานว่อนไปทั่ว มีแต่กกต.เท่านั้นที่เหมือนมองไม่เห็น!?!

เห็นกันทั้งกระดาษจดโพย การใส่เสื้อสีเหมือนกัน ลงจากรถตู้มาเป็นคณะ มีคนคุม อะไรเหล่านี้

แถมย้อนไปก่อนวันเลือก มีข้อมูลว่อนว่า มีการจัดรวมตัวกันที่โรงแรม นอนค้างแรมเพื่อประชุมเตรียมการ

จากมิถุนายน 2567 กว่ากกต.จะออกหมายแจ้งข้อหา ปาเข้าไปเกือบ 11 เดือน!!

แล้วถ้าดีเอสไอไม่ขยับ โดยการนำพยานหลักฐานประสานมายังกกต. จนต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนร่วมกันกับดีเอสไอ จนนำมาสู่การแจ้งข้อหาล็อตแรก 54 ราย

ลำพังรอกกต.ทำงานเอง จะกระฉับกระเฉงหรือไม่

มองอีกทาง ก็ดีเหมือนกันที่กกต.ล่าช้า เพราะเมื่อมีการไปร้องเพิ่มที่ดีเอสไอ คดีจึงยิ่งขยาย จากผิดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.มิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือผิดกฎหมายเลือกตั้ง

พอเข้าสู่มือดีเอสไอ จึงเพิ่มความผิดฐานฟอกเงิน แล้วขยายเป็นอั้งยี่ เป็นคดีอาญาโทษจำคุก

แถมจะบานปลายไปถึงคนนอก จากเส้นทางเงิน หรือจากการไปร่วมนั่งประชุม!?

คนที่กำลังจะเดือดร้อนจากคดีในส่วนของดีเอสไอ ป่านนี้อาจจะนั่งโทษกกต.

ยึกยักมากเกินไป จนคดีบานปลายกลายเป็นข้อหาหนักและอาจไปถึงตัวการใหญ่!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน