ร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2569 กำลังจะเข้าสภาเพื่อพิจารณาในปลายเดือนนี้ ระหว่างนี้มีข้อวิเคราะห์ทางการเมือง มองว่าสถานการณ์กำลังร้อนแรงหลายเรื่อง ถึงขั้นสร้างประเด็นว่าภูมิใจไทยจะคว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ ส่งผลให้ต้องยุบสภา
ทำเอาแกนนำพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมายืนยันว่า ไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน และอย่าไปเชื่อข่าวลือที่ว่าภูมิใจไทยจะโหวตไม่เอาด้วย
ยืนยันว่ารัฐบาลยังเหนียวแน่น และคดีฮั้วสว.ที่กำลังเดินหน้าถึงขั้นแจ้งข้อหาแล้ว จะไม่ส่งผลเป็นความขัดแย้งในพรรคร่วม เชื่อมั่นได้ว่างบฯ ผ่านแน่ และไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง!
นั่นเป็นท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาล ต้องยืนยันไม่มีการยุบสภา และสยบข่าวลือการแตกหักกับภูมิใจไทย เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง
ซึ่งอันที่จริง ถ้าประเมินบนความเป็นจริง ไม่มีทางที่พรรคภูมิใจไทย จะคว่ำงบประมาณ เพราะกระทบต่อโครงการต่างๆ ของภูมิใจไทยเอง
อีกทั้งพรรคการเมืองแบบภูมิใจไทย เป็นพรรคที่สร้างคะแนนนิยม โดยอาศัยงบประมาณลงพื้นที่ต่างๆ เป็นหลักสำคัญอยู่แล้ว ไม่ใช่พรรคที่มีกระแสนิยมด้วยอุดมการณ์เด่นชัดอะไร!?
ปัญหาที่หยิบมาขยายก็คือ การดำเนินคดีฮั้วสว. ซึ่งเดินมาถึงจุดชี้ชะตา แจ้งข้อหาแล้ว
แน่นอนว่า ส่งผลขัดแย้งรุนแรงระหว่าง 2 พรรค เป็นคดีที่บ่งบอกว่า เจรจากันไม่ได้ ฮั้วกันไม่ได้
จะต้องมีการเอาคืนกันแน่นอน เพียงแต่ไม่น่าจะอาศัยจังหวะพ.ร.บ.งบประมาณ ด้วยหลายเหตุผลดังกล่าว!
อีกทั้งถ้า 2 พรรคใหญ่แตกหัก เชื่อได้ว่าเพื่อไทยจะใช้วิธีขับอีกพรรคออก ไม่เลือกหนทางยุบสภา
ต้องไม่ลืมว่า 69 เสียงของภูมิใจไทย หักออกไป เสียงรัฐบาลยังเกินครึ่งสภา แถมระหว่างพรรคกล้าธรรมของธรรมนัส พันธมิตรของเพื่อไทย ก็ยังมีสส.ไหลเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ!!
ดูง่ายๆ จากเสียงโหวตไว้วางใจนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีถึง 319 เสียง
พรรคร่วมรัฐบาลมีทั้งสิ้น 322 เสียง ในวันนั้นหายไป 10 เสียง
จากประธานและรองประธานสภา ที่งดออกเสียง จากกลุ่มอาวุโสในประชาธิปัตย์ที่งดออกเสียง จากคนในเพื่อไทยที่ไม่มาประชุม จากสส.ที่ป่วยหนัก
เสียงโหวตให้นายกฯ แพทองธาร มีเพิ่มจากฝ่ายค้าน 7 เสียง ทั้งจากเครือข่ายธรรมนัส และจากสส.ไทยสร้างไทย
ดังนั้น เพื่อไทยยังไม่จำเป็นต้องยุบสภา เพราะถึงอย่างไรเสียงที่มีอยู่ก็เกินครึ่งสภาแน่นอน!
ประเด็นนี้ภูมิใจไทยก็รู้ดี เพราะฉะนั้น มีหรือจะเลือกหนทางแตกหัก จนทำให้ต้องพ้นไปจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
แม้ว่าคดีฮั้วสว. จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในวุฒิสภา ฐานอำนาจสีน้ำเงินจะหายไป
แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เพราะมีร่องรอยหลักฐานมากเกินกว่าจะหยุดคดีนี้ได้!?
แม้แต่กกต.ที่เกรงอกเกรงใจกัน ก็ยังไม่สามารถยื้อคดีนี้ได้
จะอุกอั่งคั่งแค้นขนาดไหน ก็ต้องกลืนเลือดไปก่อน!!
วงค์ ตาวัน