นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตกเป็นข่าวต่อเนื่องเรื่องย้ายพรรค เนื่องจากการเลือกตั้งสมัยหน้าเหลือเวลาอีกราวปีกว่าๆ โดยมักมีคำถามว่า จะไปพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานที่ปรึกษา ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าหรือไม่ เพราะเปิดใหม่ มาแรง มีสส.หลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่อง
แต่ข่าววงในยืนยันว่า แม้จะรู้จักมักคุ้นกับร.อ.ธรรมนัส แต่นายสุชาติมีเป้าหมายทางการเมืองชัดเจนอยู่แล้วคือ “พรรคโอกาสใหม่”
มาล่าสุด นายสุชาติให้สัมภาษณ์ค่อนข้างชัดเจน โดยเน้นย้ำคำว่า “โอกาสใหม่ๆ”
รวมทั้งปฏิเสธว่า ไม่ไปพรรคกล้าธรรม แม้เคารพนับถือกับร.อ.ธรรมนัส แต่ไม่เคยคุยกันเรื่องย้ายพรรค เพราะไม่ได้คิดว่าจะไปอยู่แล้ว ขณะเดียวกันโดยมารยาทยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะยังอยู่พรรครทสช. แต่ถ้าจะออกไป ไม่ใช่เพราะทะเลาะกัน แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมตามสถานการณ์
ก่อนจะสรุปว่า ตนเองมีเพื่อนอยู่อีกประมาณ 20 จังหวัด ก็ต้องพูดคุยกัน “หาโอกาสใหม่ๆ”!!
ตามตัวเลขที่รู้กัน กลุ่มนายสุชาติมีสส.อยู่ประมาณ 18 เสียง
ขณะที่พรรคโอกาสใหม่นั้น เพิ่งก่อตั้งเมื่อปลายปี 2567 โดยตัวบุคคลส่วนใหญ่ เป็นอดีตผู้ว่าฯ เครือข่ายมหาดไทย
เป็นที่รู้กันว่า แกนนำสำคัญก็คืออดีตปลัดฉิ่ง แห่งมหาดไทย และปลัดตุ๋ม แห่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีทุนใหญ่ให้การสนับสนุน
ตอนเปิดตัวเป็นที่ฮือฮา แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป แต่เป็นการเงียบเพื่อรอจังหวะเวลา!
เมื่อกลุ่มนายสุชาติประกาศหาโอกาสใหม่ๆ แบบนี้
คาดว่าเมื่อใกล้ถึงเลือกตั้ง พรรคโอกาสใหม่น่าจะกลับมาคึกคักกันอีกรอบ!!
นอกจากกลุ่มของนายสุชาติแล้ว ยังต้องจับตาว่า จะมีสส.หรือนักการเมืองฐานเสียงดีๆ เข้ามาร่วมอีกหรือไม่
แต่ก็คาดได้ว่า พรรคโอกาสใหม่ คงมาแนวพรรคระดับกลาง ไม่ตั้งเป้าเป็นพรรคใหญ่
โดยทิศทางในขณะนี้ ถือว่าจะเป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้า
ส่วนพรรคกล้าธรรมก็เช่นกัน เป็นระดับกลางที่ค่อนข้างใหญ่กว่า มีการเติบโตอย่างไม่ธรรมดา
แต่มีแนวทางเป็นแนวร่วมเดียวกันกับเพื่อไทยเช่นเดียวกัน
พูดง่ายๆ ว่า เครือข่ายรัฐบาลปัจจุบันคงจับมือไปด้วยกันในการเลือกตั้งปี 2570
เรียกได้ว่าเป็นพรรคแนวอนุรักษนิยมการเมืองผสมกับประชาธิปไตยแบบกลางๆ
ส่วนอีกฟากฝ่าย ก็คงเป็นพรรคประชาชน พรรคส้ม ซึ่งก็คงอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพึ่งพาลำแข้งตัวเอง
ต้องได้รับชัยชนะแบบท่วมท้น จึงจะมีโอกาสตั้งรัฐบาลได้
กว่าจะถึงการเลือกตั้งปี 2570 คงได้เห็นการขยับตัวทางการเมืองและการเตรียมพร้อมลงสนามเพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ!
วงค์ ตาวัน