การปรับครม. จะเกิดขึ้นแน่นอนในเวลาอีกไม่นานนัก และแน่นอนว่า กระทรวงมหาดไทยจะย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย เป็นข้อเสนอที่พรรคภูมิใจไทยคงปฏิเสธไม่ได้ เพราะอำนาจต่อรองมีน้อยกว่า

ผู้จะมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่จากเพื่อไทย มีชื่อ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นเต็ง 1

จากรองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะโยกมาคุมกระทรวงมหาดไทยอันใหญ่โต

คงต้องเป็นไปตามนี้ โอกาสจะพลิกผันมีน้อยนิด

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย คงต้องขยับไปคุมกระทรวงที่มีความใหญ่โตใกล้เคียงกัน แต่ไม่ใช่คมนาคม

ไม่ว่าจะอย่างไร ภูมิใจไทยจำเป็นต้องยอมรับการปรับครม.สูตรนี้ และคงอยู่ร่วมรัฐบาลกันต่อไป!?!

ที่ผ่านมา ด้วยการปั่นกระแสของฝ่ายตรงข้ามเพื่อไทย ทำให้ภาพของภูมิใจไทยดูยิ่งใหญ่ มีอำนาจเหนือเพื่อไทย

แต่มาวันนี้เมื่อเพื่อไทยตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกไล่ จะพบว่าภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีอำนาจเหนือกว่าแต่อย่างใด

ตัวเลขที่เป็นคณิตศาสตร์บอกได้ชัดเจน รัฐบาลมีไม่ต่ำกว่า 322 เสียง หัก 69 เสียงของภูมิใจไทยออกไป ก็ยังเกินครึ่งสภา ไม่มีทางที่รัฐบาลจะล้มได้เลย!?

เช่นนี้แล้วภูมิใจไทยคงไม่เลือกทางแตกหัก ไม่เลือกถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้าน

อาจจะรู้สึกต้องทนกล้ำกลืน แต่ก็คงร่วมรัฐบาลต่อไปจนครบเทอมแน่ๆ!!

เพราะธรรมชาติของภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ไม่อยากเป็นฝ่ายค้านเลย โอกาส 1% ก็ยังเป็นไปไม่ได้

รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน และที่สำคัญไม่อยากเลือกตั้งเร็ว

ทฤษฎีที่ว่า พรรคร่วมจะผนึกร่วมกัน เพื่อล้มเพื่อไทย เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ดูตัวเลขสส. บอก ได้ชัด!!

ไม่ว่าจะพรรครวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์ กล้าธรรม ชาติไทยพัฒนา ประชาชาติ ไม่มีโอกาสเลย ที่จะร่วมกับภูมิใจไทย ถอนตัวเพื่อให้รัฐบาลล้ม

เพราะตัวเลขสส.อธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเพื่อไทย ได้สร้างพันธมิตรกับพรรคร่วมอื่นๆ ได้เหนียวแน่นทั้งหมด

เพื่อไทยมี 141 เสียง ทำให้ยังกุมทิศทางการเมืองได้

ขณะเดียวกัน ในบรรยากาศการปรับครม. มีการปั่นกระแสว่า ภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคประชาชนที่มีเสียงมากกว่าเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลโดยไม่เอาเพื่อไทย

น้ำเงินจะรวมกับส้ม เลิกคิดฝันไปเลย!!

เป็นที่รู้กันดีว่า แนวทางการเมืองที่แหลมคม และ 112 ทำให้พรรคประชาชนถูกกีดกันจากฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง

จะมีการคิดสูตรการเมืองพิสดารกันเช่นไรก็ตาม ลงเอยก็ไปได้สูตรเดียว สูตรปัจจุบันเท่านั้นเอง!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน