พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อกำเนิดบนถนนการเมือง เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2566 พร้อมกับเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยพรรคนี้มีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสานเป็นผู้ก่อตั้ง
ผลการเลือกตั้ง เข้ามาเป็นพรรคอันดับ 5 ได้ 36 สส. ไม่สามารถดันพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ได้ แต่ก็ยังได้เข้าร่วมรัฐบาล
ผ่านมา 2 ปี พรรครทสช.กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตสุดขีด เมื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายกฯ และรมว.พลังงาน โดนยื่นร้องให้สอบสวนถึง 2 คดีซ้อน!
ถูกกล่าวหาเรื่องการถือครองหุ้นใน 4 บริษัท ตามซ้ำด้วยคดีแจกถุงยังชีพ มีชื่อและรูปใบหน้าอยู่ข้างถุง
จากนั้นเริ่มมีคนในพรรคออกมาเคลื่อนไหว เตรียมตัวแยกออกไปอยู่พรรคอื่น โดยบอกชัดว่าไม่ขออยู่ร่วมกับหัวหน้าพรรคคนนี้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ เป็นที่จับตามองอย่างมาก เมื่อมีนัดเลี้ยงกับสส.ในพรรคเกือบ 20 คน แถมนัดทานกาแฟกับสส.ภาคใต้อีกด้วย!!
แน่นอนว่า นายสุชาติยังสังกัดพรรครทสช. แต่ก็แสดงท่าทีชัดเจนว่า ในการเลือกตั้งสมัยหน้าคงจะนำสส.ประมาณ 18 คนย้ายไปพรรคใหม่
มี “พรรคโอกาสใหม่” รออยู่แล้ว
ขณะที่สส.รวมไทยสร้างชาติ ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อมีอยู่ 36 คน เกินครึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับนายสุชาติ ทำให้มีแนวโน้มว่าพรรคนี้จะหดเล็กลงไปอย่างมาก!?
ที่สำคัญ เบื้องหลังรัฐมนตรีสุชาติ รู้กันว่ามีทุนใหญ่เป็นแบ๊กอันแข็งแกร่ง
ถ้าใกล้ถึงเลือกตั้ง แล้วนายสุชาติยกทีมย้ายออก ก็คือการประกาศจากผู้สนับสนุนใหญ่ ว่าจะเลิกสนับสนุนรทสช.อีกต่อไป!!
เท่ากับจะสูญเสียกำลังสส.และแบ๊กหนุนหลังระดับยักษ์ใหญ่
อีกทั้งเมื่อย้ายการสนับสนุนไปยังพรรคโอกาสใหม่ ต้องมีผลสั่นสะเทือนพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างแน่นอน
จึงไม่น่าแปลกใจที่แรมโบ้อีสาน ออกมาประกาศตัวในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค ขอทวงพรรคคืนจากนายพีระพันธุ์ ด้วยเหตุผลว่าหัวหน้าพรรคคนนี้มีปัญหาการบริหาร ทำให้แตกแยก
พร้อมกับขอไล่หัวหน้าพรรคออกไปด้วย!!!
สถานการณ์เช่นนี้ ดูแล้วนายพีระพันธุ์กำลังลำบากมากๆ ทั้งสส.เกินครึ่งอยู่ในขั้วตรงข้าม ทั้งอ้างว้างขาดหลังพิง
รวมถึง 2 คดีที่รุนแรง ทั้งข้อกล่าวหาถือหุ้นบริษัทเอกชนและแจกถุงยังชีพ ที่ต้องลุ้นกันระทึก
แม้คนในพรรคบางส่วน พยายามออกมาชี้แจงข้อมูล เพื่อให้ภาพพจน์ของนายพีระพันธุ์ดูดีขึ้น
แต่ปัญหาคือ 2 คดีรุนแรงอยู่เบื้องหน้านายพีระพันธุ์ อีกทั้งสส.จำนวนไม่น้อยประกาศไม่ยอมรับการนำของหัวหน้าคนนี้
อนาคตของพรรครทสช. จึงน่าห่วงใย ยังไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ไข เพื่อกลับมาได้หรือไม่
แน่นอนว่า ขณะที่รทสช.เข้าสู่ช่วงวิกฤต ฟากพรรคโอกาสใหม่ก็ยิ่งโดดเด่น!
วงค์ ตาวัน