สถานการณ์การเมืองไทยว่าด้วยการปรับครม. มาถึงจุดแตกหักแล้ว เป็นอันชัดเจนแล้วว่า “ครม.อิ๊งค์ 2” จะไม่มีพรรคภูมิใจไทยอยู่ในรัฐบาล โดยจะย้ายไปเป็นฝ่ายค้าน แต่รัฐบาลก็ยังมีเสียงเกินครึ่งสภาอยู่จำนวนหนึ่ง
ย้อนไปดูที่มาของจุดแตกหัก
เริ่มจากพรรคเพื่อไทยขีดเส้นให้ภูมิใจไทยต้องตัดสินใจภายใน 48 ชั่วโมง ว่าจะยอมรับเงื่อนไขที่หยิบยื่นให้หรือไม่ ปรากฏว่าฝ่ายภูมิใจไทยปฏิเสธทันที ไม่ต้องรอถึงเส้นตาย!?
เงื่อนไขก็ดังที่รู้กันอย่างเปิดเผยโดยทั่วไปว่า เพื่อไทยจะเข้าบริหารกระทรวงมหาดไทยเอง แลกกับการยกกระทรวงสาธารณสุขให้ภูมิใจไทยไปดูแลแทน แถมด้วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อีก 1 เก้าอี้
ในเมื่อก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้แสดงท่าทีว่าจะไม่ยอมปล่อยรมว.มหาดไทย พร้อมจะไปเป็นฝ่ายค้าน
ทำให้เพื่อไทยต้องขีดเส้นตาย จะยอมปล่อยมหาดไทยแลกสาธารณสุขและสำนักนายกฯ หรือไม่ ให้เวลา 48 ชั่วโมง ลงเอยนายอนุทินบอกปัดทันที!!
จุดเริ่มต้นจริงๆ ของการเจรจาอย่างเป็นทางการ เริ่มจากบ่ายวันที่ 16 มิถุนายน เมื่อนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เชิญนายอนุทิน มาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล
แจ้งอย่างเป็นทางการว่า จะขอปรับครม. โดยเพื่อไทยจะเอามหาดไทยมาบริหารเอง
แต่ท่าทีของนายอนุทิน ไม่ยินยอม แล้วในวันรุ่งขึ้นก็ยืนยันผ่านสื่อว่าจะไม่ยอมให้ปรับกระทรวงมหาดไทยเด็ดขาด และพร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน!
ท่าทีดังกล่าว ทำให้ผู้นำของเพื่อไทยมองว่าท้าทายกันมาก จนต้องขีดเส้น พร้อมแตกหักกันแล้ว
นำมาสู่การยื่นเงื่อนไขในบ่ายวันที่ 17 มิถุนายน ให้เวลา 48 ชั่วโมง จะยอมคายมหาดไทย แลกสาธารณสุขและสำนักนายกฯ หรือไม่!?!
น่าเชื่อว่าทั้งสองฝ่าย มีธงในใจแล้วว่า คงไปต่อด้วยกันไม่ได้
ฝ่ายเพื่อไทยจึงขีดเส้นตายขอคำตอบ ฝ่ายภูมิใจไทยก็ตอบทันทีไม่มีรีรอว่า ไม่รับเงื่อนไข
น่าสนใจว่าเพื่อไทยพร้อมขนาดไหน จึงสามารถขีดเส้นตายจนนำไปสู่การแตกหักกับภูมิใจไทย!!
มาจากตัวเลขสส.ที่เป็นคณิตศาสตร์ โดยลบ 69 เสียงของภูมิใจไทยออกไป เสียงของรัฐบาลยังมีกว่า 260 เสียง
เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทน ที่เวลานี้ลดลงเหลือแค่ 246 ไม่ใช่ 250 แล้ว
อีกทั้งเพื่อไทยเปิดดีลกับฝ่ายค้านได้แล้วจำนวนหนึ่ง จึงมีเสียงมาเพิ่มมากกว่า 260 อย่างแน่นอน
ไม่เท่านั้น ในเดือนสิงหาคม คดี 44 สส.พรรคส้ม จะถึงจุดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เสียงกึ่งหนึ่งในสภาจะยิ่งลดฮวบลงไปอีก
จึงทำให้เพื่อไทยมั่นใจอย่างมากว่า เหนือกว่าภูมิใจไทยในเกมปรับครม.
ยิ่งข้อวิเคราะห์ที่ว่า สีน้ำเงินได้รับความไว้วางใจมากกว่าสีแดงแล้วนั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่เช่นนั้น
ยิ่งทำให้เพื่อไทยมั่นใจ ตัดสินใจเดินเกมเป็นรัฐบาลที่ไม่มีภูมิใจไทยก็ได้!!
วงค์ ตาวัน