ถ้ามองจากความสำเร็จที่เราเคยทำในด้านชายแดนพม่า ด้วยมาตรการตัดไฟฟ้า ตัดน้ำมัน และอินเตอร์เน็ต เพื่อจัดการเด็ดขาดกับเมืองเมียวดี ศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างมาก
ทำให้ฐานใหญ่ของอาชญากรออนไลน์กลายเป็นเมืองร้าง อพยพหลบหนีกันจ้าละหวั่น
มาล่าสุดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ประกาศมาตรการนี้กับชายแดนด้านกัมพูชา โดยปิดสวิตช์ไฟฟ้า น้ำมัน อินเตอร์เน็ต กวาดล้างบัญชีม้า จัดการเส้นทางเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์!
ถือเป็นการประกาศยกระดับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ โดยที่ไทยอาสาเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
โดยอ้างอิงข้อมูลของสหประชาชาติที่ระบุว่า กัมพูชาเป็นศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลก มีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาทต่อปี
อาจไม่ง่ายดายเหมือนปฏิบัติการด้านเมียวดี แต่เชื่อว่าจะต้องส่งผลกระทบไม่น้อยต่อฝั่งกัมพูชา ที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติแหล่งใหญ่!!
แต่นอกจากออกมาตรการจัดการกับอาชญากรข้ามชาติที่มีฐานใหญ่ในกัมพูชาแล้ว
ด้วยปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ยังมีมาตรการปิดด่านชายแดน คุมเข้มด่านชายแดน
โดยเฉพาะสกัดกั้นนักเล่นการพนัน ไม่ให้เข้าไปเล่นในปอยเปต และกาสิโนอื่นๆ ที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของผู้มีอำนาจในกัมพูชา!?
ไปจนถึงการห้ามส่งสินค้าข้ามแดนเข้าไปยังกัมพูชา
จึงเป็นการเล่นงานทั้งด้านพลังงาน ไฟฟ้า น้ำมัน อินเตอร์เน็ต การเข้าออกด่าน สินค้าส่งออก พุ่งเป้าต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนกาสิโน และทั้งทางเศรษฐกิจ!
เท่ากับว่ามาตรการของนายกฯ อิ๊งค์ที่หารือร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายต่างประเทศ และผู้นำกองทัพ
จึงทั้งเพื่อตอบโต้กัมพูชาในปมปัญหาความขัดแย้งและถือโอกาสกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ปล้นเงินทองคนทั่วโลกทางออนไลน์
พร้อมๆ กับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้าฝ่ายไทย ที่ได้รับผลกระทบด้วย
มาตรการนี้ทำให้นายกฯ อิ๊งค์ที่โดนถล่มอย่างหนัก จากคลิปสนทนาส่วนตัวกับฮุนเซน
ดูเด็ดขาดเข้มแข็งขึ้น เพื่อรุกใส่กัมพูชา!!
ลบข้อโจมตีที่ว่าพินอบพิเทากับอีกฝ่าย
แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตสงครามด้านเศรษฐกิจการค้า พลังงาน และอาชญากรออนไลน์
ถึงอย่างไรต้องระมัดระวังควบคุมไม่ให้ขยายไปสู่สงครามสู้รบเด็ดขาด
มาตรการล่าสุด ถ้าเกิดผลทำให้กัมพูชาอ่อนล้า
ลงเอยก็น่าจะจบลงที่โต๊ะเจรจาตามกลไกระหว่างประเทศ!
วงค์ ตาวัน