มีคำถามว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เริ่มลดอุณหภูมิลงไปบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ เพราะยังมีมาตรการเข้มงวดด่านชายแดน โดยเป็นวิธีการของรัฐบาลไทยในการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ ปิดกั้นสินค้า ตัดท่อน้ำเลี้ยงกาสิโน

สุดท้ายแล้วจะคลี่คลายได้หรือไม่ และจะจบลงอย่างไร!?

ถ้าไปถามมุมมองของทหารไทย จะมีคำตอบว่า ยังไม่น่าจะเกิดการสู้รบ เพราะกองทัพไทยยังยึดในนโยบายรักษาดินแดนอย่างเข้มข้น แต่จะไม่ปล่อยให้เกิดการยั่วยุจนเกิดการลั่นกระสุนใส่กัน

ไทยยังอยู่ในจุดรักษาอธิปไตยและรักษาสันติภาพ

อีกทั้งในด้านศักยภาพการสู้รบแล้ว ถือว่ากองทัพไทยมีกำลังทหาร มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่ากัมพูชาแทบทุกด้าน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก็รู้ดี

ที่สำคัญเมื่อชายแดนยังตึงเครียด ฝ่ายกัมพูชาต้องเสริมกำลังทหารเข้ามาเตรียมพร้อม มีข้อมูลความมั่นคงยืนยันว่า กัมพูชามีปัญหาในด้านงบฯ สนับสนุนและการส่งกำลังบำรุง!

ข้อมูลของกองทัพไทยมองว่า ยิ่งตึงเครียดไปยาวนาน ฝ่ายกัมพูชาจะยิ่งยุ่งยาก ทั้งด้านการหมุนเวียนกำลังทหารและค่าใช้จ่ายสนับสนุน

รวมไปถึงปัญหาทางเศรษฐกิจการค้า เพราะมาตรการเข้มงวดด่านของไทย

ไม่ต้องพูดถึงท่อน้ำเลี้ยงธุรกิจกาสิโน และแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ ที่ไทยรุกไล่หนัก!!

ยิ่งทิ้งเวลาเนิ่นนาน ฝ่ายกัมพูชาเองจะเริ่มทนไม่ไหว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พูดถึงสถานการณ์ชายแดนว่าอยู่ในสภาพทรง แต่มีแนวโน้มคลี่คลาย ฝ่ายกัมพูชามีท่าทีพูดคุยมากขึ้น!

พูดง่ายๆ ว่า นโยบายของรัฐบาลไทยและกองทัพไทยต่อปัญหาชายแดนชัดเจนคือ ควบคุมไม่ให้เกิดสงคราม แต่มีมาตรการกดดันทุกด้าน

จนเชื่อว่ากัมพูชาเองจะทนกับสภาพแบบนี้ไปได้ไม่นานนัก

สุดท้ายแล้วก็คงต้องมีการเปิดเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี ผ่านคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา

อาจจะใช้เวลาอีกสักระยะ แต่น่าเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งต้องจบลงผ่านการเจรจา!

ส่วนเรื่องจะไปถึงศาลโลกตามที่กัมพูชาป่าวร้องนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ถ้ารักษาสถานการณ์ให้ทรงอยู่เช่นนี้ ถือได้ว่าเราเป็นฝ่ายได้เปรียบ

โดยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ก่อการยั่วยุ

รวมทั้งไม่สร้างเฟกนิวส์จนบรรยากาศวุ่นวาย

ประเภทไปไล่ต่อยเขา รักชาติจนเกินเลย ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

เอาเข้าจริงๆ สถานการณ์ตึงเครียดครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ไทยจะได้กวาดล้างธุรกิจเทาของผู้มีอำนาจในกัมพูชาอีกด้วย!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน