สถานการณ์ที่พัฒนาเข้าสู่สงครามสู้รบตามแนวชายแดน 3-4 จังหวัด โดยฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ก่อน ทำให้ทหารไทยต้องตอบโต้อย่างดุเดือด ซึ่งหากไม่คลี่คลายลง ก็อาจจะยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็น่าเป็นห่วงผลกระทบที่เกิดกับประชาชนคนไทย ตามหมู่บ้านต่างๆ ที่กลายเป็นพื้นที่กระสุนจากฝ่ายเขมรตกใส่
เพราะเป็นการยิงที่มั่วซั่วของทหารกัมพูชาไม่ควบคุมการยิงว่าจะตกใส่บ้านเรือนประชาชนคนไทย ชุมชน ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล ทำให้ชาวบ้านเราเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก!
ข้อเท็จจริงเหล่านี้ จะเป็นหลักฐานนำไปสู่การฟ้องชาวโลก ตอกย้ำพฤติกรรมของกองทหารกัมพูชาและผู้มีอำนาจ ที่ไร้มนุษยธรรม
ขณะเดียวกัน การตอบโต้ของกองทัพไทย มุ่งเป้าหมายชัดเจนคือ ฐานที่ตั้งของทหารเขมร
ใช้อาวุธที่ทรงประสิทธิภาพเพื่อจัดการกับกองกำลังกัมพูชา ปกป้องดินแดนไทยอย่างเข้มแข็ง!
แต่หากควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้เพียงเท่านี้ หรือหากการสู้รบค่อยๆ ลดความรุนแรงลงไป
ไม่ถึงขั้นต้องยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
สุดท้ายก็ควรจะนำไปสู่การเจรจาเพื่อไม่ให้สูญเสียและเสียหายย่อยยับกันไปมากกว่านี้!
แค่เริ่มต้นลั่นกระสุนใส่กัน ก็เห็นได้แล้วว่าส่งผลต่อประชาชนคนไทยอย่างน่าเศร้าสลด
แน่นอนว่า ทหารเราต้องสู้รบตอบโต้รักษาอธิปไตย แต่ถ้าสถานการณ์ผ่อนคลายลงได้ ก็จะเป็นเรื่องดีกว่าแน่ๆ!!
ชีวิตของประชาชนคนไทยตามแนวชายแดน รวมทั้งชีวิตของทหารหาญเรา
มีค่ามากมาย
ยังไม่รวมถึงการเสียขวัญ ต้องอพยพทิ้งบ้านเรือนไปยังพื้นที่ปลอดภัย
เด็กๆ นักเรียนต้องตกอกตกใจกับเสียงปืนเสียงระเบิดเสียงปืนใหญ่ ต้องปิดเรียนกันเป็นจำนวนมาก!
เมื่อเสียงปืนลั่นขึ้น เราก็ได้เห็นกันแล้วว่าสงครามไม่ใช่เรื่องดี
เพียงแต่เมื่อสถานการณ์เพิ่มความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทำให้ทหารไทยต้องบาดเจ็บถึง 2 หน 2 พื้นที่
ทำให้ไทยเราต้องเพิ่มมาตรการโต้ตอบด้วยการปิดชายแดนทุกจุด
เมื่อฝ่ายกัมพูชาตั้งใจจะเปิดสงครามสู้รบ ทหารไทยก็ต้องใช้กำลังใช้อาวุธตอบโต้กลับไป เพื่อตรึงพื้นที่ไม่ให้ทหารฝ่ายไหนรุกคืบเข้ามาได้
สงครามเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องรบกันเด็ดขาด
แต่ถ้าหากมีทางออกเพื่อการหยุดยิง ก็จะช่วยรักษาชีวิตความสงบสุขของประชาชนคนไทยได้ดีที่สุด!
วงค์ ตาวัน