การต่อสู้ระหว่างไทยกับกัมพูชา หลังจากการสู้รบสงบลง เป็นการย้ายสนามมายังเวทีนานาชาติ โดยการเชิญคณะทูต ผู้ช่วยทูตทหาร และสื่อมวลชนต่างประเทศ ให้มาดูที่เกิดเหตุ และพยานหลักฐานต่างๆ

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาอย่างเลื่อนลอย พยานหลักฐานไม่มีความชัดเจน ในทางกลับกัน ฝ่ายไทยซึ่งมีพยานหลักฐานหนักแน่น แสดงให้ประจักษ์พยานจากนานาชาติเห็นได้ชัดแจ้ง

ด้วยการทำงานของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพ นำคณะทูต สื่อ เดินทางลงพื้นที่อุบลราชธานี ศรีสะเกษ

เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ การยิงอาวุธระยะไกลของฝ่ายกัมพูชา ใส่พื้นที่ชุมชน ซึ่งขัดหลักกฎหมายสากล และหลักมนุษยธรรมร้ายแรง มีประชาชนไทยล้มตาย บาดเจ็บจำนวนมาก

โดยเฉพาะที่ปั๊มน้ำมัน ในกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ ซึ่งมีหลักฐานการยิงด้วยจรวด BM-21 จากกัมพูชา เป็นเหตุร้ายแรงในเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ นำคณะพยานนานาชาติ ไปเห็นกับตาในที่เกิดเหตุ โดยมีญาติพี่น้องคนตายถือภาพถ่ายเหยื่อทั้ง 8 มาร่วมตอกย้ำความสูญเสีย!

รวมทั้งได้เห็นสภาพความเสียหายรุนแรงแบบ 100% ของร้านสะดวกซื้อ จุดที่โดนยิงถล่ม

ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกเศร้าใจ และเห็นชัดถึงพฤติการณ์ใช้ความรุนแรงของกัมพูชา ที่ไม่เคารพกฎกติกา

พร้อมๆ กัน คงต้องมีคำถามว่า ฝ่ายกัมพูชายิงถล่มใส่ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงเรียนในฝั่งไทย เพื่ออะไร!?

เมื่อถามประเด็นนี้กับนายทหารผู้ใหญ่ ถามกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ

คำตอบคือ น่าจะจงใจยิง ไม่ใช่การยิงผิดพลาด ไม่ใช่เหตุจากอาวุธที่ควบคุมความแม่นยำไม่ได้ อีกทั้งจุดที่ยิงถล่มเหล่านี้ ห่างไกลจากที่ตั้งทางทหารของไทยอย่างมาก!!

ไม่ใช่จะยิงถล่มฐานทหารไทย แล้วยิงผิดพลาดเป้าแน่ๆ

ทำไมจงใจยิงใส่พื้นที่ของพลเรือน

น่าจะเป็นเพราะ รู้กันดีว่ากองทัพไทยมีศักยภาพที่เหนือกว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า รู้กันดีว่า ไม่สามารถสู้รบยืดเยื้อกับไทยได้

ดังนั้นการยิงใส่ชุมชน ทำลายประชาชนคนไทย จึงน่าจะเป็นยุทธวิธีเลวร้าย หวังผลกดดันให้ฝ่ายไทยต้องรีบจบสงครามนั่นเอง ไม่เช่นนั้นก็จะถล่มมั่วไปทั่วอีก!

สงคราม 5 วันที่ผ่านมา ชัดเจนว่ากองกำลังฝ่ายกัมพูชาได้รับความเสียหายอย่างมาก ทั้งชีวิตทหาร และอาวุธต่างๆ

รวมทั้งผลการสู้รบ ฝ่ายไทยเราสามารถยึดพื้นที่ขัดแย้งได้ทั้ง 11 จุด ผลักดันทหารกัมพูชาออกไปจากพื้นที่พิพาท หลังจากแอบรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ

ขณะที่การยิงถล่มใส่พื้นที่พลเรือนของไทย ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นยุทธวิธีแบบไร้มนุษยธรรม เพื่อให้ไทยต้องพะว้าพะวง ไม่อยากขยายสงคราม

แต่ก็กลายเป็นหลักฐานความเลวร้าย ทำให้กัมพูชาพ่ายแพ้ในเวทีสากลแน่นอน!

ส่วนคนไทยเรา เห็นภาพร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน คงทำให้ได้มองเห็นด้านร้ายของสงคราม ทำให้คนไทยเราตามชายแดนเขาเดือดร้อนเช่นไร

ต่อไปจะเชียร์ให้รบกันแหลกลาญ ต้องฉุกคิดถึงความเสียหายอีกด้านด้วย!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน