ชาวบ้านเกือบ 2 แสนคนที่ต้องอพยพหลบหนี ทิ้งบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา มาอยู่ตามศูนย์พักพิง นับตั้งแต่การสู้รบชายแดนปะทุขึ้นมา คือคนที่เดือดร้อนแสนสาหัส จากความรุนแรงของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
คนนับแสนเหล่านี้แหละ ที่ดีใจจนน้ำตาไหล เมื่อข้อตกลงหยุดยิงมีผล จะได้กลับบ้าน กลับไปใช้ชีวิตปกติเสียที
ดีอกดีใจตั้งแต่การเจรจาที่มาเลเซียเมื่อ 28 กรกฎาคม พร้อมข้อตกลงหยุดยิงเที่ยงคืน แล้วมาเฮลั่น รวมทั้งร่ำไห้ตื้นตันใจ เมื่อการประชุมจีบีซี วันที่ 7 สิงหาคม ตกลงหยุดยิงอย่างถาวร
ทำให้เริ่มทยอยกลับบ้านได้
ในขณะที่คนเดือดร้อนจากศึกสงคราม พากันดีใจเมื่อเสียงปืนสงบลง
ขณะที่คนไม่เดือดร้อนเชียร์ให้รบกันแหลกลาญ พากันหงุดหงิด ด่าว่ารัฐบาลไปรีบเจรจาสงบศึกทำไม ไม่ฟังเสียงทหารที่กำลังจะบุกยึดพื้นที่ได้มากกว่านี้!?!
ทั้งที่ข้อเท็จจริง รัฐบาลกับทหารประสานงานกันจนมั่นใจว่า มีชัยชนะใน 11 จุดสู้รบแล้ว ผลักฐานทหารเขมรออกไปได้มากแล้ว
การหยุดยิงจะลดการสูญเสีย และคนอพยพจะได้กลับบ้านเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ หน้าที่หลักในสนามรบเป็นของทหาร วันนี้หน้าที่หลักในทางการเมืองระหว่างประเทศ การดูแลเยียวยาชาวบ้านผู้ประสบภัย เป็นภารกิจของรัฐบาล
ระยะนี้เราได้เห็น นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ พร้อมด้วยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.สำนักนายกฯ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ออกพบปะชาวบ้านตามศูนย์พักพิง
เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ดูแลขั้นตอนการเดินทางกลับบ้าน โดยต้องมั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอนแล้ว รวมทั้งออกมาตรการเยียวยาให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนเหล่านี้!!
ขั้นตอนการกลับไปชีวิตปกติ มอบให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดประสานกับทหาร เพื่อประเมินว่าหยุดยิงแล้วแน่นอนขนาดไหน
เตรียมการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ทรัพย์สิน ที่ถูกฝ่ายเขมรยิงใส่ รวมทั้งการลดดอกเบี้ย การงดจัดเก็บหนี้ในช่วงระยะนี้ โดยธนาคารรัฐ
ที่สำคัญ การสั่งงดเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา บ้านเรือนของบรรดาผู้ต้องอพยพ เป็นเวลา 2 เดือน กรกฎาคมและสิงหาคม!!
เห็นด้วยว่า รัฐบาลจะต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน เนื่องจากการสู้รบชายแดน
ต้องทิ้งบ้านเรือนไปอยู่ศูนย์อพยพถึงกว่า 2 สัปดาห์ เสียขวัญ หวาดผวา บ้างก็หนักหนาโดนยิงถล่มจนพังเสียหาย
รวมทั้งต้องเร่งนำกลับบ้าน เพื่อให้ชีวิตปกติกลับคืนมา
อีกทั้งในระยะข้างหน้า รัฐบาลและกองทัพ ต้องทำให้มั่นใจว่าสถานการณ์รุนแรงจะไม่หวนกลับมาอีก อย่างน้อยตอนนี้ก็มีบันทึกที่ลงนามร่วมกัน ต่อหน้าสักขีพยานระดับโลก ว่าจะไม่ก่อความรุนแรงอีก
ถัดจากนั้น ในระยะยาว ต้องจัดเจรจาเพื่อหาข้อยุติเขตแดนให้สำเร็จลุล่วง!
เพื่อสร้างสันติภาพอย่างถาวรต่อไป
แต่อย่างน้อย การสู้รบ 5 วันที่เกิดขึ้น มีทั้งด้านสูญเสียชีวิตและทำลายความสงบสุข แต่เราก็สำเร็จในการยึดพื้นที่ซึ่งเขมรแอบรุกคืบเข้ามา ปักธงไทยในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ!!
วงค์ ตาวัน