นายทักษิณ ชินวัตร ต้องกลับเข้าสู่เรือนจำ เป็นเวลา 1 ปี ตามคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยไม่ถือว่าการเข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้น เป็นช่วงเวลาการคุมขัง เมื่อยังมีโทษจำคุกอยู่ 1 ปี ก็ต้องกลับไปรับโทษให้เสร็จสิ้น
เป็นอันว่าอดีตนายกฯ ที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้หลายด้าน ต้องเข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หมดสิ้นอิสรภาพ หลังจากที่เพิ่งบินกลับมาจากดูไบ ถึงกทม.เมื่อเย็นวันที่ 8 กันยายน
การบินกลับจากดูไบ เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า ที่บินออกไปเมื่อค่ำวันที่ 4 กันยายนนั้น จะไปแล้วไปลับหรือไม่
เมื่อกลับมา เป็นการแสดงความพร้อมเพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งก็คงเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยว่า จะโดนลงโทษ
เห็นได้จาก เมื่อศาลสั่งให้นำตัวไปเรือนจำ เพียงไม่นานนักก็มีข้อความเปิดใจจากทักษิณในสื่อโซเชี่ยลทันที!
โดยข้อความยืนยันน้อมรับคำพิพากษา รับสภาพการไร้อิสรภาพ แต่จะรักษาความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ทำนองว่ายังพร้อมจะกลับมา
ทั้งเน้นย้ำความภาคภูมิใจ ในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้ง ซึ่งได้สร้างผลงานช่วงเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2549
สร้างนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต เปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทย สร้างประชาธิปไตยที่ชาวบ้านกินได้
ประเด็นสำคัญในโพสต์ของทักษิณก็คือ
“แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม”
เท่ากับเชื่อว่า การตัดสินใจไม่หนี ยอมเข้าเรือนจำ จะทำให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ รวมทั้งความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ คงจะปลดพ้นได้เสียที!!
ดูแล้ว เหตุการณ์นี้ คงจะให้บทเรียนกับนายทักษิณในหลายด้าน
จากนี้ไปคงได้มีเวลานั่งทบทวนย่างก้าวต่างๆ ในอดีต
รวมทั้งการไม่หนี รับโทษเข้าเรือนจำ
ผลของการตัดสินใจดังกล่าว น่าจะเกิดผลดีต่อตัวเองมากมาย เป็นการตัดเงื่อนปมที่ทำให้ศัตรูเก่าๆ ไม่ยอมเลิกรา จากนี้ไปคงปลดพ้นเรื่องเดิมๆ ไปได้มากโข!!
เอาเข้าจริงๆ แล้ว โทษจำคุก 1 ปี สำหรับคนในวัยนี้
มีผู้รู้คาดว่า คงต้องรับโทษหลายเดือน แต่คงไม่ถึงกับต้องอยู่ในเรือนจำครบปีเต็ม
ยังไม่มีใครรู้ว่า ทักษิณกลับออกมาอีกครั้ง สถานการณ์การเมืองจะเป็นเช่นไร
พรรคเพื่อไทยจะยังเดินหน้าไปได้ หรือถดถอย
ดูเหมือนหัวหน้าพรรค แพทองธาร ชินวัตร ที่เพิ่งโดนปลดจากนายกฯ ยังแสดงความเข้มแข็งเพื่อจะนำพรรคเดินหน้าต่อไป
อีกราว 6-7 เดือน จะต้องลงสนามสู้ศึกเลือกตั้งใหม่กันแล้ว!
วงค์ ตาวัน