คณะรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 24 กันยายน จากนั้นต้องแถลงนโยบายต่อสภา แล้วจึงจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ขั้นตอนในการนำรายชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ นั้น ใช้เวลากลั่นกรองหลายวันเลยทีเดียว!?
โดยต้องผ่านการกลั่นกรองจากสำนักคณะองคมนตรีก่อน
ขั้นตอนกลั่นกรองนี่แหละ ที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก
ทำให้เกิดกระแสข่าวสะพัดไปทั่วว่า สงสัยติดขัดอยู่ในบางรายชื่อ บางตำแหน่ง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ผ่านได้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า คงใช้เวลาหารือถกเถียงและหารือกันไม่น้อย!!
รายชื่อภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ลงมานั้น จะพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ทุกรายชื่อเป็นไปตามโผ ไม่มีพลิก
ขณะที่ในขั้นตอนการกลั่นกรองนั้น เหมือนจะใช้เวลาหลายวัน บ่งบอกว่าคงมีประเด็นซีเรียสอยู่
เชื่อว่าจะต้องมีการหารือกันอย่างมาก ในผู้ทำหน้าที่กลั่นกรอง แต่ลงเอยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อแต่อย่างใด!?!
แสดงว่าการพูดคุยเจรจา ยืนยันการไม่ขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ลงเอยยังได้ผล
ข้อมูลจากวงในรัฐบาลระบุว่า ถ้าไปเปลี่ยนรายชื่อบางคน จะเกิดปฏิกิริยาตามมา ด้วยการถอนตัวออกทั้งพรรค ทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นอำนาจต่อรองที่ได้ผลมาก!!
รัฐบาลอนุทินกำลังเริ่มก่อตั้ง จะมาสะดุดในทันทีได้หรือ
บทสรุปสุดท้าย ก็คือ รัฐบาลนี้ต้องเดินหน้า บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไป
เพราะถ้ายอมเปลี่ยนรายชื่อ จะส่งผลให้มีการถอนตัวยกพรรคออกจากรัฐบาลอนุทิน
เป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลเสียงข้างน้อย!!
ทั้งหลายทั้งปวง เป็นเพราะว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นบนความไม่ปกติ ถ้าเป็นการเมืองปกติ เราต้องมีรัฐบาลที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้
แต่เพราะพรรคประชาชนสร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา จึงทำให้เกิดรัฐบาลที่ไม่ปกติ
เกิดเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีแค่ 146 เสียง โดยมี 143 เสียงของพรรคส้มมาโหวตให้ได้เป็นนายกฯ เพื่อไปตั้งรัฐบาล โดยระบุให้เป็นแค่รัฐบาลเฉพาะกาล
แต่นั่นแหละ เมื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้อำนาจต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลก็มีสูงมากไปในตัว!?
ดังเช่นกรณีรายชื่อครม. ที่กรองนาน แต่สุดท้ายไม่มีเปลี่ยน
เพราะอำนาจต่อรองอยู่ในมือของพรรคร่วม ซึ่งมีเสียงดังได้มากๆ!!
วงค์ ตาวัน