มีข่าวคุณยายวัย 80 ปี ชาวบ้านในเขตอำเภอเมืองตราด ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 10 กิโลเมตร ตัดสินใจให้ลูกหลานสร้างห้องสำหรับหลบภัย โดยเป็นห้องที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง คอนกรีตเสริมเหล็กหนาเกือบ 1 ฟุต มีอุปกรณ์เสริมป้องกัน มียางรถยนต์วางรอบ มีตาข่ายขึง
โดยสร้างในพื้นที่บ้านพักตนเอง เพราะไม่อยากอพยพไปไหน เนื่องจากอายุอานามทำให้เดินทางลำบาก
ทั้งนี้ในช่วงการปะทะกันครั้งแรก ลูกหลานพาคุณยายอพยพไปพักที่โรงแรมเป็นเวลา 2 คืน แต่ความไม่คุ้นกับสถานที่ ทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายและนอนไม่หลับ จึงตัดสินใจว่าจะไม่อพยพอีกแล้ว
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังมีความตึงเครียด มี แนวโน้มว่าอาจจะเกิดความรุนแรงได้อีก
จึงได้ย้ำว่า ถ้าต้องอพยพอีกก็ไม่อยากไปไหนแล้ว ลูกสาวเลยเสนอทำบังเกอร์ให้
ก็เลยขอให้ทำบังเกอร์ให้ดีที่สุด เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังมีความหนา 25 เซนติเมตร สามารถรองรับคนได้ประมาณ 4-5 คน!
ล่าสุดการสร้างห้องลักษณะเป็นห้องนิรภัยเสร็จสิ้นแล้ว
ดูสวยงามแข็งแรงหนาแน่น ภายในยังตกแต่งเพื่อความสะดวกสบาย มีทีวี แอร์ ที่นอน แผงไฟโซลาร์สำหรับกรณีที่ไฟฟ้าถูกตัดขาด พร้อมทั้งเจาะรูระบายอากาศ
คุณยายดูสบายใจขึ้น เพราะไม่ต้องอพยพไปไหนอีก มีที่หลบภัยอย่างมั่นใจ!
โดยบอกว่าติดตามข่าวสารตลอดเวลา สถานการณ์ขณะนี้ยังมีความน่ากลัว เกิดมาจนอายุ 80 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย
คุณยายขอให้กำลังใจทหารที่ต้องอยู่ตามแนวชายแดน อยากให้สถานการณ์จบลงด้วยดี การสู้รบมีแต่ความสูญเสีย!?!
สำหรับบังเกอร์หรือห้องหลบภัยนี้ ในอนาคตหากสถานการณ์สงบอย่างแท้จริง คุณยายบอกว่าไม่รู้สึกเสียดายอะไรที่ทุ่มทุนสร้าง
ถือเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในที่ดินของตนเอง สามารถเก็บไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
คำกล่าวทิ้งท้ายของคุณยาย ทำให้นึกต่อไปได้ว่า
ห้องนิรภัยแห่งนี้อาจจะกลายเป็นอนุสรณ์บอกให้ได้รับรู้กันว่า ในปี 2568 สถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชา เกิดความรุนแรงเช่นไร!?
เหมือนในยุโรป ที่บ้านเรือนจำนวนมาก ยังมีห้องหลบภัยใต้ดินซึ่งสร้างไว้แข็งแรง ทำให้อยู่มาจนถึงบัดนี้
เป็นสัญลักษณ์บ่งบอก ถึงเหตุรุนแรงยุคสมัยสงครามโลก
แต่นั่นเขาระดับสงครามโลก
ของเราเอง ขัดแย้งตามแนวชายแดน เกิดการสู้รบกันระหว่าง 2 ชาติ แต่กลับหาทางยุติไม่ได้ง่ายๆ ยังมีบรรยากาศปลุกปั่นยั่วยุ!?
เดือดร้อนชาวบ้าน ผู้สูงวัย ต้องอพยพไปอยู่ในที่ไม่ คุ้นเคย ยากลำบากมากๆ
อย่างคุณยายรายนี้ถึงขั้นสร้างห้องนิรภัยขึ้นมา จะได้เป็นอนุสรณ์ให้ได้เรียนรู้กันด้วย!!
วงค์ ตาวัน