มีความชัดเจนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จากการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในการยืนยันปฏิบัติตามเอ็มโอเอ ทั้งเรื่องการยุบสภาและการเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลนี้เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ 1 ตุลาคม เท่ากับว่าการยุบสภาจะไม่เกินวันที่ 31 มกราคม ปี 2569 จากนั้นไม่เกิน 2 เดือน จะเป็นวันเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา แล้วจะเร่งประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แบบไม่มีวันหยุด

เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จไม่เกินเดือนธันวาคมปีนี้!

จากนั้นจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมการเลือกตั้ง ในวันเข้าคูหา นอกจากกาบัตรเลือกสส.และปาร์ตี้ลิสต์แล้ว จะมีบัตรประชามติแก้รัฐธรรมนูญอีก 1 ใบ แถมด้วยประชามติเอ็มโอยูไทยกับกัมพูชาอีกใบด้วย

ความชัดเจนเหล่านี้ คงทำให้พรรคประชาชนต้นเรื่องเอ็มโอเอแลกกับการหนุนเป็นนายกฯ คงสบายใจขึ้น แต่ก็นั่นแหละยังมีปัจจัยที่น่าห่วงอยู่!?!

ท่าทีของสว. จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญจะแก้ได้ต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3

ขณะที่กระแสปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560 ยังคงดำรงอยู่ เพราะถือว่าเป็นฉบับที่ร่างในยุคคสช. สามารถควบคุมนักการเมืองและพรรคการเมืองได้ดีที่สุด

คำอ้างที่ว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง จริงๆ แล้วคือใช้เป็นเครื่องมือจัดการกับนักการเมืองและพรรคการเมืองไม่ให้ทำอะไรได้ถนัดถนี่นัก!

ก่อนหน้านี้สว.ส่วนใหญ่มีจุดยืนชัดเจนในการรักษารัฐธรรมนูญฉบับนี้

แล้ววันนี้ ถ้าสว.เหล่านี้ยังมีอำนาจอยู่ เพราะคดีฮั้วสว.ยังอืดอาดอย่างมาก ก็น่ากังวลว่าจะส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่!?

ดังนั้นที่รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาถึงวันเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยึดในเอ็มโอเอที่ทำกับพรรคประชาชนอย่างแน่วแน่

แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้ก็คือ สว.ยอมเปลี่ยนจุดยืนแล้วหรือยัง

ทั้งหมดนี้ก็ย้อนกลับไปยังประเด็นที่มีการหยิบขึ้นมาอภิปรายในช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาล คือการตั้งคำถามถึงการแทรกแซงคดีฮั้วสว.และเขากระโดง!

รัฐบาลยืนยันว่า ทั้ง 2 คดีนี้จะเป็นไปตามกระบวนการ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยชี้ว่า รายชื่อคนที่ถูกแจ้งข้อหา นั่งอยู่ในครม.หลายราย เช่นนี้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไร

ที่แน่ๆ วันนี้คดีฮั้วสว.ที่กกต.แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 229 คน แต่ขั้นตอนสรุปส่งศาลนั้น ล่าช้าอย่างมาก

ถ้าคดีฮั้วสว.ไม่ชัดเจน ไม่ตรงไปตรงมา ย่อมมีโอกาสสูง จะกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แล้วทำไมกกต.จึงล่าช้า ไม่ต้องอธิบายให้มากความ นี่แหละที่เป็นคำถามถึงพรรคส้ม ตอนตัดสินใจเลือกใครมาร่วมในเอ็มโอเอ!!

อาจจะกล่าวได้ว่า เมื่อฟังบทสรุปจากนายกฯ อนุทิน คงทำให้มั่นอกมั่นใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าเร็วแน่ แล้วก็ยุบสภาตามสัญญา

แต่ถ้าคดีฮั้วสว.ไม่มีความคืบหน้า ก็น่าเป็นห่วง

ที่นายกฯ อนุทินยืนยันกลางสภา ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ ลงเอยจะเป็นจริงหรือไม่!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน