ขณะที่ราคาทองพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าจะหยุดสะดุดลง จนล่าสุดราคาพุ่งทะลุบาทละเกินกว่า 6 หมื่นบาทแล้ว นี่กระมังคงยั่วยวนใจขบวนการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จึงได้ลงมือบุกปล้นร้านทอง กวาดไปถึง 600 บาท หรือเท่ากับ 35 ล้านบาทเศษ
ข้อมูลข่าวกรอง ทั้งของกองทัพ ตำรวจ ระบุตรงกันว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ขบวนการบีอาร์เอ็นนั่นเอง เพื่อแก้ปัญหาท่อน้ำเลี้ยง!
ลงมือหาเงินทุนเอง โดยยกกองกำลังชุดดำพร้อมอาวุธครบมือ กว่า 10 คน เข้าจี้ชิงทอง ในร้านทองดังกลางห้างสรรพสินค้า ในอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
แผนประทุษกรรมของกลุ่มที่ก่อเหตุ ชัดเจนว่าเป็นขบวนการก่อความไม่สงบ รวมแล้วอาจจะใช้ทีมงานถึง 20 คน
เริ่มจากปล้นชิงรถปิกอัพ 2 คัน แล้วบุกมาก่อเหตุในห้าง กวาดไปเกือบหมดร้าน แล้วระหว่างหลบหนีมีการโรยตะปูเรือใบ พร้อมวางระเบิดสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่
จากนั้นนำรถไปจอดทิ้งที่อ.แว้ง จ.นราธิวาส พิเคราะห์เส้นทางแล้วคาดว่า น่าจะผ่านช่องทางธรรมชาติ หอบทองข้ามแดนไปเรียบร้อยแล้ว!!
เมื่อกลุ่มก่อเหตุข้ามแดนไปแล้ว พร้อมทองที่ปล้นมา ก็คงยากจะติดตามตัวได้
ป่านนี้คงเอาไปหลอมแล้วออกขายไปแล้ว
ได้เงินทุนมาถึง 35 ล้านบาทเช่นนี้ หากนำมาใช้ก่อเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดใต้ ก็น่าเป็นห่วงอย่างมาก!?
ถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่เขย่าสถานการณ์ในพื้นที่ เอาแค่การปล้นทองก็เป็นการปล้นครั้งใหญ่ ยกกองกำลังอาวุธบุกก่อเหตุกลางห้างดังกลางเมือง
แต่เชื่อได้ว่า จะส่งผลต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ไฟใต้ด้วยอย่างแน่นอน!!
ที่มีประเด็นตามมาอีกก็คือ เพิ่งมีแม่ทัพภาค 4 คนใหม่ เข้ามาทำงานเมื่อ 1 ตุลาคม
งานนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นอกจากสั่งการออกไล่ล่ากลุ่มก่อเหตุแล้ว
ยังต้องให้สัมภาษณ์ปฏิเสธ ต่อประเด็นที่กล่าวกันว่า กลุ่มก่อความไม่สงบลงมือเพื่อรับน้องแม่ทัพคนใหม่!?
เอาเป็นว่า สิ่งที่จะต้องติดตามกันต่อไปก็คือ การประสานงานข้ามแดน ตามจับผู้ก่อเหตุหรือติดตามทองของกลาง
ยิ่งกว่านั้นคือ ต้องเร่งรับมือปฏิบัติการไฟใต้ระลอกใหม่ ภายใต้เงินกองทุนปฏิบัติการที่เพิ่งได้มาล่าสุดถึง 35 ล้านบาท
ไม่แค่นั้น อาจจะมีกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มอื่น จ้องจะปล้นร้านทองอีกหรือไม่
การลงมือกับร้านทอง ยังมีผลทำลายด้านเศรษฐกิจการค้าในพื้นที่อีกด้วย
งานนี้แม่ทัพภาค 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และหน่วยงานความมั่นคง คงต้องรับมือกันเข้มข้น
เอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เป็นจังหวะเวลาแม่ทัพคนใหม่เท่านั้น
เป็นการต้อนรับรัฐบาลอนุทินที่เพิ่งเข้ามาใหม่อีกด้วย!
วงค์ ตาวัน