เพราะเอ็มโอเอระหว่างพรรคส้มกับภูมิใจไทย มีเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนี้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยขานรับเต็มที่ ด้วยการกำหนดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นบัตรอีกใบให้ประชาชนเลือก ในวันเดินเข้าคูหาเพื่อเลือกตั้งใหญ่
ในวันเลือกตั้งจะต้องกาถึง 4 ใบ
บัตรเลือกสส. บัตรเลือกสส.บัญชีรายชื่อ บัตรประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอีกใบคือประชามติเลิกหรือไม่เลิกเอ็มโอยูกับกัมพูชา
ประเด็นเอ็มโอยูที่งอกขึ้นมานี่แหละ กำลังวิจารณ์กันหนัก เพราะเอ็มโอยูเป็นเรื่องรายละเอียด ข้อกฎหมาย และความลับความมั่นคง
จะเอามาทำประชามติ น่าจะผิดเพี้ยนอย่างมาก
รายละเอียดในเอ็มโอยู เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะได้รู้ แต่จะให้มาลงประชามติ แถมเกิดขึ้นกลางกระแสรักชาติสุดโต่ง ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล!?
มีข้อน่าสงสัยมากไปกว่านั้น
เอาเข้าจริงๆ แล้ว จุดยืนของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ต้องการให้แตะต้องรัฐธรรมนูญ 2560 จริงหรือ
เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนในยุคคสช. ต้องการกดพรรคการเมืองและนักการเมืองให้อยู่ในกำมือ คงไม่อยากให้แก้ไขแน่ๆ!
แล้วเมื่อนึกย้อนไปถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยทำประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559
ผลก็คือเสียงส่วนใหญ่ยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แถมยังยอมให้มีบทเฉพาะกาลให้สว.ร่วมเลือกนายกฯ อีกด้วย เป็นบทเรียนอันเจ็บแสบอย่างมาก!!
เหตุที่รัฐธรรมนูญของคสช.ชนะประชามติ เพราะบรรยากาศในยุครัฐบาลทหาร ควบคุมกำหนดทิศทางได้
แถมยอมให้สว.ร่วมโหวตนายกฯ ได้อีกด้วย โดยมีกลวิธีตั้งคำถาม ใช้วิธีเขียนแบบให้งงๆ
“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”
ไม่เขียนให้เข้าใจง่ายว่า จะยอมรับให้สว.ร่วมโหวตนายกฯ ในช่วง 5 ปีแรกหรือไม่!?!
ดังนั้นสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในกระบวนการประชามติ จึงเป็นเรื่องน่าห่วงใย
การทำประชามติในรัฐบาลอนุรักษนิยมการเมืองสุดขั้วนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
มีการตั้งข้อสังเกตว่า เอาประชามติเอ็มโอยูเข้ามาด้วย ทั้งที่เป็นเรื่องไม่สมควร
เพราะประเด็นเอ็มโอยู น่าจะปลุกพลังมวลชนฝ่ายอนุรักษนิยม ให้ออกมาเข้าคูหาในวันเลือกตั้งได้อย่างมาก!
เพื่อลงประชามติล้มเอ็มโอยู พร้อมกับเลือกสส.ฝ่ายอนุรักษนิยม
ไปจนถึงลงประชามติประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยคลื่นพลังของฝ่ายอนุรักษนิยมด้วย!?
วงค์ ตาวัน