หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีก่อน “ไก่แจ้” เป็นเพียงโกดังข้าวเล็กๆ บนเนื้อที่เพียง 80 ตารางวา ในอําเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี แต่วันนี้ธุรกิจข้าวที่เริ่มต้นจากครอบครัวได้ก้าวสู่บริษัทที่มีมูลค่ายอดขายรวมกว่า 2,700 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายยอดขาย 5,000 ล้านบาทใน 3-5 ปีข้างหน้า

นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จํากัด ผู้ผลิตและจําหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ไก่แจ้” ในฐานะผู้บริหารข้าวไก่แจ้รุ่นปัจจุบัน เล่าว่า ภายหลังจากเรียนจบกลับมาพัฒนาธุรกิจ สืบต่อจากรุ่นพ่อเริ่มจากการขยายตลาดในจังหวัดชลบุรีที่เดิมมีเพียง 3 อําเภอ ก่อนขยายสู่ตลาดทั่วประเทศ และต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศแบบเต็มรูปแบบ ขณะนี้ส่งออกไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

“ตอนเริ่มจริงๆ เราไม่ได้คิดไกลขนาดนี้ แต่พอเห็นศักยภาพของตลาดก็เริ่มพัฒนาทั้งระบบการขาย การตลาด การบริการ จนวันนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้มาก ก้าวที่สําคัญ คือการเติบโตสู่ต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ไก่แจ้ส่งออกข้าวไปกว่า 40 ประเทศ โดยตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) ตะวันออกกลาง แอฟริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น”

นายธีรินทร์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาบริษัททําตลาดสองรูปแบบควบคู่กัน ได้แก่ การขายภายใต้แบรนด์ “ไก่แจ้” ทั้งในประเทศและส่งออก สร้างการรับรู้และขยายภาพลักษณ์ข้าวไทยที่มีคุณภาพ และขยายตลาดในรูปแบบ OEM รับผลิตสินค้าให้แบรนด์อื่นในสัดส่วน 70% ของยอดส่งออกทั้งหมด ซึ่งเป็นรายได้หลักของตลาดต่างประเทศ
สำหรับภาพรวมสัดส่วนยอดขายทั้งหมดปี 2568 คาดว่า จะมียอดขายรวม 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 70-80% และยอดขายในต่างประเทศ 20-30% ในปี 2568 เติบโต บริษัททํายอดขายได้สวนกระแสตลาดข้าวต่อเนื่อง แม้ตลาดข้าวปีที่ผ่านมาเผชิญปัญหา ราคาผันผวน และความต้องการลดลงในบางช่วง แต่ข้าวไก่แจ้ยังเติบโต

ล่าสุดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าว ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความต้องการ ที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลกบางส่วน ดังนั้นในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ประมาณ 10-15% จากปี 2567 หรือ 2,970-3,100 ล้านบาท และวางเป้าใหญ่ในการพาบริษัทไปสู่ยอดขาย 5,000 ล้านบาทในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
นายธีรินทร์กล่าวถึง 3 แนวทางสําคัญในการขยายส่วนแบ่งตลาดข้าว แม้ตลาดรวมจะไม่โต แต่ไก่แจ้ต้องกินเค้กก้อนนี้ให้มากขึ้น ขยายส่งออกเพิ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มเติมจากการขายข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ ขณะนี้บริษัทมีสัดส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้าวสัดส่วน 5% ของยอดขายรวม
“ข้าวไก่แจ้” วางตัวชัดเจนว่าเป็นผู้จัดจําหน่ายข้าวคุณภาพดี ที่ตอบโจทย์หลายกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่ขายข้าวแบบเดิมอีกต่อไป ดังนี้คือ 1.เจาะกลุ่ม Food Service เต็มตัว กลุ่มลูกค้าร้านอาหาร โรงแรม และเชนร้านอาหาร เป็นกลุ่มสําคัญบริษัทมุ่งทําสินค้าเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจบริการ อาหาร

2.ข้าวไก่แจ้จําหน่ายทั้งข้าวไทยหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งข้าวหอมมะลิไทย และข้าวขาว และยังมีข้าวญี่ปุ่น นี่คือหนึ่งในจุดแข็งของข้าวไก่แจ้ และ 3.บริการเพื่อสังคม-ส่งฟรีไม่มีค่าขนส่งสําหรับลูกค้า อาทิ ข้าวที่ซื้อเพื่อนําไปทําบุญ บริจาค หรือแจกพนักงาน บริษัทมีบริการส่งฟรีถึงที่ทั่วประเทศ ถือเป็นจุดขายที่สร้างภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ได้ดีมาก
สำหรับกลยุทธ์การตลาด มุ่งปรับภาพลักษณ์-ทําแบรนด์ให้ทันสมัย ซึ่งแบรนด์ต้องทันสมัยกว่าที่เคย ไก่แจ้จึงปรับโฉมแพ็กเกจจิ้งใหม่ทั้งหมด พร้อมขับเคลื่อนการตลาดให้เข้มข้นขึ้น ขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ วันนี้เราไม่ใช่แค่โรงสีขายส่ง แต่เราเป็นแบรนด์ที่ต้องเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วย ภาพลักษณ์สําคัญมากครับ การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่สวยขึ้น แต่ต้อง “จําง่ายขึ้น และเล่าเรื่องแบรนด์ได้ดีขึ้น”

ดังนั้น “ไก่แจ้” ไม่ใช่โกดังขายข้าวอีกต่อไป แต่เป็นแบรนด์ไทยที่มองไกลระดับโลก การเติบโตจากธุรกิจครอบครัว สู่บริษัทส่งออก 40 ประเทศ ผลของการปรับตัวที่ต่อเนื่อง ทั้งการตลาด การบริการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งที่ทําให้แบรนด์นี้แข็งแรงคือการบาลานซ์ระหว่าง “คุณภาพ ราคาที่แข่งขันได้ และบริการที่ใส่ใจ”
ไก่แจ้กําลังก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์ข้าวไทยในระดับสากล ที่ตั้งใจให้เป็นชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อพูดถึงข้าวคุณภาพ