นีแอนเดอร์ทัลกับโควิด-19

เห็นข่าวว่ามนุษย์โบราณ มีผลต่อการติด โควิด-19 ของมนุษย์ปัจจุบัน จำไม่ได้ว่าเห็นที่ไหนเลยหาไม่เจอ น้าชาติช่วยด้วย

พิม

ตอบ พิม

คำตอบนำมาจากรายงานของ BBC ไทย เรื่อง “มรดกยีนจากมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล เพิ่มความเสี่ยงป่วยโควิดแบบรุนแรงขึ้น 3 เท่า” ดังนี้ หน่วยพันธุกรรมหรือยีนบางตัว ซึ่งมนุษย์ยุคใหม่ในบางภูมิภาคของโลกได้รับเป็นมรดกตกทอดจากมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal) อาจทำให้คนบางกลุ่มเสี่ยงล้มป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงได้มากกว่าผู้อื่นถึง 3 เท่า

รายงานวิจัยข้างต้นซึ่งจัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์ของสวีเดนและเยอรมนี ได้ลงตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature ฉบับล่าสุดโดยระบุว่ายีนบางตัวที่อยู่บนแถบดีเอ็นเอสายหนึ่ง มีความเกี่ยวข้องกับการที่ภูมิต้านทานร่างกายแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยแถบดีเอ็นเอสายนี้เป็นของมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัล ซึ่งได้ผสมข้ามสายพันธุ์กับมนุษย์ยุคใหม่หรือโฮโมเซเปียนส์เมื่อราว 60,000 ปีก่อน

ผลการศึกษาระบุว่าพันธุกรรมดังกล่าวพบได้ในชาวยุโรปบางส่วนราว 16% และในประชากรของภูมิภาคเอเชียใต้ถึงครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชาวบังกลาเทศที่มีพันธุกรรมนี้กันถึง 63% ซึ่งทีมผู้วิจัยประมาณการว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตไปแล้วราว 100,000 คนทั่วโลก ด้วยโรคโควิด-19 แบบรุนแรงที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมนี้

นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงแนวโน้มดังกล่าวจากการศึกษาเปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงจำนวนหนึ่ง กับดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซวาน (Denisovan) ซึ่งพบว่าผู้ป่วยอาการหนักเหล่านี้มีแถบดีเอ็นเอสายหนึ่งเหมือนกับของมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัลกลุ่มที่เคยอยู่ในประเทศโครเอเชียอย่างไม่ผิดเพี้ยน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฮิวโก ซีเบิร์ก จากสถาบันคาโรลินสกาของสวีเดน และศาสตราจารย์สวอนเต แพโบ ผู้อำนวยการสถาบันมักซ์พลังก์เพื่อการศึกษามานุษยวิทยาวิวัฒนาการ (MPI-EVA) ในเยอรมนีผู้เขียนรายงานวิจัย บอกว่า ยีนบนแถบดีเอ็นเอดังกล่าวตกทอดมาถึงมนุษย์บางกลุ่มในปัจจุบัน เพราะน่าจะเป็นยีนที่มีประโยชน์ในการต้านทานโรคติดเชื้อบางชนิดมาก่อน แต่ทุกวันนี้กลับส่งผลเสียในกรณีที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบชัดว่ายีนตัวใดบนแถบดีเอ็นเอที่เป็นมรดกตกทอดมาจากนีแอนเดอร์ทัล เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โรคโควิด-19 มีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะต้องศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไป

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางรายแสดงความเห็นท้วงติงว่า งานวิจัยนี้มุ่งเพ่งเล็งเรื่องพันธุกรรมว่าเป็นสาเหตุของโรคเพียงประการเดียว ทั้งที่ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ เช่น อายุ เพศ และภูมิหลังทางสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างซับซ้อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน