วัคซีน – เข็มแรกของไทย : “แฟนน้า” ถามเรื่องกำเนิดวัคซีนครั้งแรกในโลกและของประเทศไทย เมื่อวานตอบกำเนิดวัคซีนเข็มแรกของโลกไปแล้ว วันนี้ว่ากันถึงแรกมีวัคซีนในไทย คำตอบนำมาจากบทความ “วัคซีนเข็มแรกของโลก วัคซีนเข็มแรกของไทย เกิดขึ้นเมื่อใด”
วัคซีนในไทยเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2378 โดยหมอบ รัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley) นําเข้ามาเผยแพร่ เมื่อรัชกาล ที่ 3 ทรงทราบ จึงรับสั่งให้หมอหลวงมาฝึกปลูกฝีด้วย
ระยะแรกต้องนำเข้าพันธุ์หนองฝีจากสหรัฐอเมริกา ก่อนที่หมอบรัดเลย์จะใช้การปลูกฝีด้วยวิธี variolation ของจีน โดยนําเอาหนองฝีจากผู้ป่วยไข้ทรพิษมาทําการปลูกฝี แต่พบว่าการปลูกฝีด้วยวิธีดังกล่าวยังมีอันตราย จึงกลับมาใช้พันธุ์หนองฝีวัวจากสหรัฐเช่นเดิม คิดเงินค่าปลูกฝีคนละ 1 บาท (มีเงื่อนไขให้กลับมาติดตามตรวจดูผล หากฝีขึ้นดีจะคืนเงินให้ 50 สตางค์) เงินที่ได้นําไปซื้อพันธุ์หนองฝีวัวมาใช้ต่อไป
แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะประสบความสําเร็จ แต่มีปัญหาว่าพันธุ์หนองฝีวัวต้องนำเข้าจากสหรัฐใช้เวลาเดินทางนานถึง 9 เดือน ทำให้หนองฝีเสื่อมคุณภาพ รัชกาลที่ 5 จึงให้คิดทำหนองฝีขึ้นใช้เอง กระทรวงธรรมการจึงส่งนายแพทย์ของไทยไปศึกษาดูงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้แก่ พระบำบัดสรรพโรค หรือ นายแพทย์แฮนซ์ อดัมเซ็น (Hans Adamsen) และหลวง วิฆเนศน์ประสิทธิวิทย์ (อัทย์ หะสิตะเวช)
เมื่อทั้งสองท่านกลับมาเมืองไทยก็มีการทำพันธุ์หนองฝีครั้งแรกที่สำนักงานบริเวณสี่กั๊กพระยาศรี ต่อมากระทรวงธรรมการเสนอให้จัดตั้ง “กอเวอนเมนต์ซีร่ำแลโบแร็ตโตรี” สำหรับผลิตพันธุ์หนองฝีขึ้นใช้ปลูกป้องกันไข้ทรพิษ ก่อนย้ายสถานผลิตพันธุ์หนองฝีไปตั้งที่ตำบลห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม
ในปี 2454 ม.จ.บันลุศิริสาร ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ถูกสุนัขบ้ากัดจนถึงสิ้นชีพิตักษัย สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชานุภาพจึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตรัชกาลที่ 6 จัดตั้งสถานที่ดําเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ
การนี้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานเงินอุดหนุนเป็นปฐมฤกษ์ โดยให้ใช้ตึกหลวงที่ถนนบํารุงเมืองเป็นสถานที่ทําการชั่วคราวเรียกว่า “ปาสตุระสภา” เปิดทำการ 26 เมษายน พ.ศ. 2456 และให้ย้ายกิจการทําพันธุ์หนองฝีและทําวัคซีนที่นครปฐมมาดําเนินการ อยู่ด้วยกัน กระทั่งเดือนสิงหาคม ปี 2460 เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานปาสเตอร์” ตามชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ และโอนกิจการให้แก่สภากาชาดไทย
ต่อมา สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ สวรรคต รัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์จะสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์เพื่อเชิดชูพระเกียรติยศพระราชชนนี ทรงอุทิศที่ดิน 46 ไร่ ริมถนนพระราม 4 ใกล้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และพระราชทานทรัพย์ 258,000 บาท ให้สภากาชาดไทยสำหรับสร้างอาคารใหญ่ใช้เป็นที่ทำการแห่งใหม่ของสถานปาสเตอร์ ขนานนามว่า ตึกสภานายิกา
และพระราชทานนามสถานที่ใหม่ว่า “สถานเสาวภา” แทนชื่อสถานปาสเตอร์ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2465 กิจการของสถานปาสเตอร์ ถนนบำรุงเมือง ย้ายมาดำเนินการที่ทำการใหม่ทั้งหมด