วัดพระศรีมหาธาตุ สัญลักษณ์ประชาธิปไตย
ขอความเป็นมา การจัดสร้างวัดพระศรีมหาธาตุของคณะราษฎร
พุดแก้ว
ตอบ พุดแก้ว
รายงานเรื่อง “จากวัดประชาธิปไตย ถึงวัดพระศรีมหาธาตุ วัดสัญลักษณ์ประชาธิปไตย” เผยแพร่ในเว็บไซต์นิตยสารศิลปวัฒนธรรม บันทึกข้อมูลไว้ดังนี้
“…ขณะนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติแล้วควรจะทำบุญอะไรสักอย่าง มีความเห็นว่าควรสร้างวัดสักแห่งหนึ่ง…” คำปรารภ ของพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ทำให้เกิด “วัดประชาธิปไตย” หรือ วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร ขึ้นที่ ต.กูบแดง อ.บางเขน กรุงเทพฯ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกฯ ในขณะนั้น เสนอขออนุมัติเงินสร้างวัดเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเห็นว่าควรให้เป็นงานกุศลของชาติที่ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันจึงชวนร่วมบริจาคเงินได้เงินบริจาค 336,535 บาท จากงบที่ประมาณไว้ 400,000 บาท
ส่วนที่ให้ชื่อ “วัดประชาธิปไตย” เนื่องจากทำเลที่ตั้งของวัด โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินอันเป็นถนนที่ตัดขึ้นใหม่ซึ่งเดิมชื่อถนนประชาธิปัตย์

นอกจากนี้รัฐบาลต้องการที่จะให้วัดประชาธิปไตยเป็นวัดตัวอย่างที่มีความสมบูรณ์ในการสร้างวัด เป็นมาตรฐานของสถาปัตยกรรมไทย และเป็นวัดที่รวมเอา มหานิกายและธรรมยุติกนิกายเข้าไว้ด้วยกัน และเพื่อสร้างให้เป็นวัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาติไทยในสมัยประชาธิปไตย สิ่งที่ช่วยยืนยันอีกประการคือการอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญองค์ที่ 3 ต่อจากพระแก้วมรกต และพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกมาเป็นพระประธาน
วัดพระศรีมหาธาตุทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ หรือถวายเป็นเสนาสนะ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2485 ตรงกับวันปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 10 ปีก่อน พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นบุคคลแรก ที่ทำพิธีอุปสมบทในวัดแห่งนี้
ต่อมาได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ดินสังเวชนียสถานทั้งสี่ และกิ่งพระศรี มหาโพธิ 5 กิ่ง จากอินเดีย มาประดิษฐาน และเปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดพระศรีมหาธาตุ”
วัดยังคงความหมายเป็นอนุสรณ์ของระบอบประชาธิปไตยและคณะราษฎร สัญลักษณ์สำคัญคือ พระธาตุเจดีย์ หน้า พระอุโบสถ เป็นเจดีย์ 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นเจดีย์ใหญ่สูง 38 เมตร ชั้นในทำเป็นเจดีย์องค์เล็กตั้งอยู่ตรงกลาง บรรจุพระบรมธาตุที่อัญเชิญมา มีพื้นที่ระหว่างผนังทั้ง 2 ชั้นสำหรับให้เข้าไปนมัสการได้
ส่วนที่เป็นผนังด้านในของเจดีย์องค์ใหญ่ภายในบรรจุอัฐิของบุคคลที่เป็นคณะ ผู้ก่อ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง อาทิ จอมพล ป. พิบูลสงคราม, พระยาพหลพลพยุหเสนา, ปรีดี พนมยงค์, พลโทประยูร ภมรมนตรี ฯลฯ

พระธาตุเจดีย์ ส่วนยอดไม่มีบัลลังก์ มีบัวกลุ่มที่ยอด 6 ชั้น ซึ่งมิใช่ระเบียบโดยทั่วไปขององค์ประกอบเจดีย์ที่หากทำยอดเป็นบัวกลุ่ม มักจะออกแบบให้ชั้นบัวกลุ่มนี้เป็นเลขคี่ การทำบัวกลุ่ม 6 ชั้น อาจจะสื่อความหมายถึง “หลัก 6 ประการ” ของคณะราษฎร เช่นเดียวสถาปัตยกรรมในยุคคณะราษฎรอื่นๆ
พระพรหมพิจิตร เป็นนายช่างผู้ออกแบบงานมีลักษณะเรียบง่าย ดังนั้นแม้ทางสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร แต่รายละเอียดพบว่า พระพรหมพิจิตรได้สร้างรูปแบบทางสถาปัตยกรรมไทยแบบใหม่ขึ้น โดยลดทอนลวดลายไทยลงสู่ความเรียบง่ายของรูปทรงเรขาคณิต รูปแบบศิลปะที่เรียบง่ายเหล่านี้ ได้ถูกนำไปใช้สื่อสารในความหมายงานสถาปัตยกรรมในระบอบประชาธิปไตย