สรรพสิริ วิรยศิริ : รายงาน6ตุลา19สู่โลก
ผมอยากทราบวีรกรรม ของ คุณสรรพสิริ วิรยศิริ ผู้เผยแพร่ภาพ 6 ตุลา ให้สังคมโลกได้รู้
พลายใหญ่
ตอบ พลายใหญ่
คำตอบนำมาจากบทความ “สรรพสิริ วิรยศิริ ผู้รายงาน ‘6 ตุลา 19’ ให้โลกรู้ความจริง ก่อนถูกปลด-ล้มละลาย”
สรรพสิริ วิรยศิริ (10 ก.พ. 2463-15 ต.ค. 2555) เป็นบุตรของพระยามหาอำมาตยาธิบดี (เสง วิรยศิริ) จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ อนุปริญญาทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และวิชาการถ่ายภาพจากสถาบันการถ่ายภาพแห่งนิวยอร์ก เริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศของกรมโฆษณาการ มีงานอดิเรกคือสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา และเป็นคนแรกที่สร้างแอนิเมชั่นในประเทศไทย

ช่างภาพและผู้ประกาศข่าวคนแรกของไทย เป็นกรรมการ ผู้จัดการบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด (อสมท) ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 (ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี) และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. (อสมท โมเดิร์นเรดิโอ)
เป็นบุคคลผู้บุกเบิกวงการโทรทัศน์ ข่าวโทรทัศน์ และโฆษณาโทรทัศน์ของไทย ก่อนถูกปลดกลางอากาศเพราะเสนอข่าว “6 ตุลา 19” สรรพสิริบันทึกไว้ในหนังสือ “ผมเป็นคนข่าวคนหนึ่ง ก็แค่นั้น” ว่า
“วันที่ 5 ตุลาคม 2519…ได้รับรายงานทางวิทยุ จึงตีรถห้อ แน่บจากแม่สอดคืนนั้นมาที่ศูนย์วิทยุราชดำริอาเขต ซึ่งเป็นที่ประสานงานระหว่าง “ข่าวล่ามาเร็ว” ของทีวีช่อง 9 กับ “ข่าวล่ามาทันที” ที่เพิ่งออกมาจากธรรมศาสตร์ แล้วผมก็ตัดสินใจทันทีว่าจะทำอะไรต่อไปทั้งๆ ที่รู้แน่อยู่แก่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่ตนเอง
ตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่างวันที่ 6 ตุลาคม รถบัญชาการของ “ข่าวล่ามาเร็ว” กับ “ข่าวล่ามาทันที” จอดอยู่ที่อนุสาวรีย์ทหารอาสาหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมสั่งให้ทีวีช่อง 9 เปิดเครื่องส่งตามหน้าที่ที่ผมคนเดียวสั่งการได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเป็นการทำตามหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ถูกต้อง ถ้าผลจากการนี้จะช่วยชีวิตใครสักคนให้อยู่รอดได้ ผมก็พอใจแล้ว แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตตนเอง จากการตัดสินใจนี้ผมไม่ตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต!
ตอนที่เกิดการยิงกันขึ้นและมีการใช้สื่อของฝ่ายหนึ่งถล่มทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง ผมแน่ใจว่ามีสื่อมวลชนที่เป็นกลางวางตัวเป็น “หูทิพย์” และ “ตาทิพย์” ของประชาชน ไปเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเสนอให้สาธารณชนได้รับรู้…

หลังสั่งเปิดส่งทีวีเป็นพิเศษ ผมคว้า “โกดัก สเปเชี่ยล” ไปช่วยเก็บภาพต่างๆ ด้วย เพื่อเสริมกำลังช่างภาพและคนข่าวที่มีไม่เพียงพอ ดังหนึ่งจะรู้สึกโดยจิตใต้สำนึกว่านี้อาจจะเป็นการถ่ายข่าวครั้งสุดท้ายในชีวิตของช่างภาพข่าวคนแรกของทีวีเมืองไทย ผมไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ตากล้องเท่านั้น ยังเป็นคนตัดต่อ ฟิล์ม และลำดับภาพ แถมอ่านข่าวเองอีกด้วยเพราะไม่มีเวลาประดิดประดอยเขียนข่าวให้คนอื่นอ่าน นอกจากนั้นยังมีโอกาสวินิจฉัยตัดที่รุนแรงเกินเหตุออกไปเสียบ้าง”
เวลา 18.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม คณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดินทำการรัฐประหาร ตามมาด้วยคำสั่งปลด สรรพสิริ วิรยศิริ ออกจากทุกหน้าที่ในทีวีช่อง 9 และวิทยุ ท.ท.ท. ความก้าวหน้าในวิชาชีพถูกปิดลง ถูกสอบสวนว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถูกดำเนินคดี และถูกอายัดทรัพย์ทั้งครอบครัว ฯลฯ
6 ตุลาคม 2519 ถ้าหากไม่มีความกล้าหาญของ “สรรพสิริ วิรยศิริ” ในวันนั้น เราคงจะยังเถียงกันอยู่ว่า “มีคนตายหรือไม่?” และโลกก็ไม่รู้ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย