วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ไทยมีวันพ่อขุนรามคำแหง ทบทวนด้วยครับน้า แล้วศิลาจารึกได้เป็นมรดกโลกเมื่อไหร่

อึงคะนึง

ตอบ อึงคะนึง

ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2531 สำนักงานสภาจังหวัดสุโขทัยได้มีหนังสือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้กำหนด “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” ขึ้น โดยถือวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้า อยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 เป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช”

ต่อมาคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย และจัดเอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาเรื่องการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ใหม่ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยเสนอว่าควรเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เจ้าฟ้ามงกุฎขณะทรงผนวชอยู่)) ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2376

มีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาเห็นชอบด้วย จึงกำหนดให้ วันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช”

หลักศิลาจารึกที่ทรงพบ ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีลักษณะเป็นหลัก สี่เหลี่ยมด้านเท่า ทรงกระโจม สูง 111 เซนติเมตร หนา 35 เซนติเมตร เป็นหินทรายแป้งเนื้อละเอียด มีจารึกทั้งสี่ด้าน ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร

เนื้อหาของจารึกแบ่งได้เป็น 3 ตอน ตอนที่หนึ่ง บรรทัดที่ 1 ถึง 18 เป็นการเล่าพระราชประวัติพ่อขุนรามคำแหงมหาราชตั้งแต่ประสูติจนเสวยราชย์ ใช้คำว่า “กู” เป็นหลัก, ตอนที่ 2 ไม่ใช้คำว่า กู แต่ใช้ว่า “พ่อขุนรามคำแหง” เล่าถึงเหตุการณ์และธรรมเนียมในกรุงสุโขทัย และตอนที่สาม ตั้งแต่ด้านที่ 4 บรรทัดที่ 12 ถึงบรรทัดสุดท้าย มีตัวหนังสือต่างจากตอนที่ 1 และ 2 จึงน่าจะจารึกขึ้นภายหลัง เป็นการสรรเสริญและยอพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหง และกล่าวถึงอาณาเขตราชอาณาจักรสุโขทัย

สมัยต่อมา รัฐบาลไทยโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2546 ประกาศว่า คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) มีมติให้ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก จดทะเบียน ศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหง (จารึกพ่อขุนรามฯ) ภายใต้โครงการมรดกความทรงจำของโลก (Memory of the World Project)

แถลงการณ์ระบุว่า คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของยูเนสโกได้ประชุมเมื่อวันที่ 28-30 สิงหาคมปีเดียวกัน ที่เมือง กแตนซค์ ประเทศโปแลนด์ เพื่อพิจารณาใบสมัคร 43 รายการ จาก 27 ประเทศทั่วโลกเพื่อขึ้นทะเบียนตามโครงการดังกล่าว ซึ่งศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงได้รับมติสนับสนุนเป็นเอกฉันท์

โดยยูเนสโกบรรยายว่า “(จารึกนี้) นับเป็นมรดกเอกสารชิ้นหลักซึ่งมีความสำคัญระดับโลก เพราะให้ข้อมูลอันทรงค่าว่าด้วยแก่นหลักหลายประการเกี่ยวกับประวัติ ศาสตร์และวัฒนธรรมโลก ไม่เพียงแต่บันทึกการประดิษฐ์อักษรไทยซึ่งเป็นรากฐานแห่งอักษรที่ผู้คนหกสิบล้านคนใช้อยู่ในประเทศ ไทยปัจจุบัน การพรรณนาสุโขทัยรัฐไทยสมัยศตวรรษที่ 13 ไว้โดยละเอียดและหาได้ยากนั้นยังสะท้อนถึงคุณค่าสากลที่รัฐทั้งหลายในโลกทุกวันนี้ร่วมยึดถือ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน