ติช นัท ฮันห์
ภิกษุนักคิดนักเขียนชาวเวียดนาม ติช นัท ฮันห์ มีประวัติชีวิตอย่างไร
พูห์ชี้ฟ้า
ตอบ พูห์ชี้ฟ้า
ผู้ได้รับยกย่องเป็น บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้, หนึ่งในผู้นำทางจิตวิญญาณที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก และผู้บุกเบิกการฝึกสมาธิภาวนาสมัยใหม่ “ติช นัท ฮันห์” (Thich Nhat Hanh) เป็นภิกษุนิกายเซนชาวเวียดนาม
นามเดิม เหงวียน ซวน เป๋า (Nguyen Xuan Bao) เกิดที่จังหวัดกวางสี ตอนกลางของเวียดนาม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2469 ต่อมา พ.ศ. 2485 บรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา เมื่ออายุ 16 ปี ที่วัดตื่อเฮี้ยว เมืองเว้ และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 23 ปี ก่อนเดินทางไปไซ่ง่อนเพื่อฟื้นฟูพุทธศาสนา และเขียนบทความ ทำให้ถูกต่อต้านจากผู้นำองค์กรชาวพุทธและรัฐบาลในขณะนั้น
พ.ศ. 2505 ได้รับทุนศึกษาศาสนาเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน จึงเดินทางไปสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น 1 ปี ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ตัดสินใจกลับเวียดนาม สานต่อแนวคิดพุทธศาสนาที่รับใช้สังคม ก่อตั้งโรงเรียนยุวชนรับใช้สังคม เยียวยาความเสียหายจากสงคราม

ภิกษุชาวเวียดนามกลายเป็นที่สนใจในระดับสากลเมื่อปี พ.ศ. 2509 ขณะเดินทางไปยังประเทศตะวันตกเพื่อรณรงค์ให้ใช้สันติวิธียุติสงครามเวียดนาม โดยระหว่างอยู่ที่อเมริกาได้พบกับ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ซึ่งสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเขา และเป็น ผู้เสนอชื่อของภิกษุชาวเวียดนามเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ติช นัท ฮันห์ มุ่งมั่นที่จะให้เกิดความปรองดองระหว่างเวียดนามใต้ที่สนับสนุนโดยอเมริกา กับเวียดนามเหนือที่เป็นคอมมิวนิสต์ และเหตุนี้เองรัฐบาลเวียดนามจึงปฏิเสธการกลับประเทศของเขา ทำให้ต้องลี้ภัยอย่างเป็นทางการไปอยู่ที่ฝรั่งเศส เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย และสร้างอาศรมนอกปารีส เพื่อเขียนหนังสือและปลูกพืชสมุนไพร โดยยังคงทำงานเพื่อสันติภาพและผู้ลี้ภัยอยู่เสมอ
ปี พ.ศ. 2518 ได้ก่อตั้ง “อาศรมมันเทศ” ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ก่อนย้ายลงไปตอนใต้ ตั้งชื่อใหม่ว่า “หมู่บ้านพลัม” มาจากต้นพลัมที่ปลูกอยู่ทั่วผืนดิน ที่สุดหมู่บ้านพลัม แพร่ขยายเป็นชุมชนหมู่บ้านพลัมนานาชาติ ไปใน 31 ประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี อเมริกา และไทย
ติช นัท ฮันห์ ถูกเนรเทศจากเวียดนามนาน 39 ปี ก่อนจะได้กลับไปเมื่อปี พ.ศ.2561 กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2565 ละสังขารอย่างสงบที่วัดตื่อเฮี้ยว เมืองเว้ สถานที่บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ 80 ปีก่อน
พระมหาเถระนิกายเซนผู้นี้ได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งการมีสติตื่นรู้ เป็นผู้ปฏิวัติวงการเจริญสติ เป็นพระอาจารย์ผู้สอนการฝึกสมาธิภาวนา และพัฒนาวิธีการเจริญสติร่วมกับหลักการทางจิตวิทยาคลินิกกระแสหลัก เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคเครียด

สำคัญคือวิถีการปฏิบัติที่ไม่แยกขาดจากสังคม ชุมชนการปฏิบัติธรรมแต่ละแห่งมีวิถีการฝึกปฏิบัติเพื่อช่วยกันเยียวยาโลกที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตทั้งสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและความรุนแรงในสังคม โดยเริ่มจากการฝึกสติตระหนักรู้ มีสันติในตนเอง ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผ่านการกระทำในชีวิตประจำวัน
และนอกจากเป็นนักต่อสู้เพื่อสันติภาพ สิ่งแวดล้อม ยังเป็นนักเขียนและกวีคนสำคัญ เขียนหนังสือกว่า 100 เล่ม ได้รับการแปลไปกว่า 40 ภาษา ผลงานเด่นมีอาทิ ปาฏิหาริย์แห่งการมีสติ, สันติภาพทุกย่างก้าว, ความโกรธ ปัญญาดับเปลวไฟแห่งโทสะ, คำสอนว่าด้วยรัก และผลงานหนังสือเล่มสุดท้าย เซน กับศิลปะแห่งการกอบกู้โลก