สงกรานต์ : สาดน้ำ
น้าชาติ สาดน้ำวันสงกรานต์ สาดกันมาตั้งแต่โบราณเลยหรือเปล่า
แจง
ตอบ แจง
คำตอบนำมาจากข้อมูลเผยแพร่บนเว็บไซต์ www.silpa-mag.com อ้างอิงบทความ “สาดน้ำสงกรานต์ มีมาแต่เมื่อไร” โดย ภาษิต จิตรภาษา ดังนี้
สงกรานต์สาดน้ำ มีมาแต่เมื่อไร เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด จากการสืบค้นพบว่า เอกสารที่เกี่ยวกับประเพณีนี้มีอยู่หลายเล่ม ทั้งที่เป็นตำราโดยตรงและพาดพิง

สมัยอยุธยานั้นมี 2 คือ 1. ทวาทศมาส ได้กล่าวถึงกิจกรรมต่างๆ ของปี แต่เขียนเป็นทำนองนิราศ จึงคร่ำครวญถึงสาวรักเสีย จนกิจกรรมในเดือน 5 หายไป เพิ่งมาเริ่มเอาในเดือน 6 “ฤดู ไพศาขยสร้อง ฝนสวรรค์ / คิดสุมาลย์มาลัย แหล่งน้อง / ฤดูฤดีครรภ์ รมเยศ / เจ็บกระอุแทบท้อง ที่ขวั้นสะดือนาง” ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องสาดน้ำในเดือน 5 เลย
2. นิราศธารโศก ของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ “เดือนห้าอ่ารูปล้ำ โฉมฉาย / การออกสนามเหลือหลาย หลากเหล้น / สงกรานต์การบุญผาย ตามพี่ / พระพุทธรูปฤาเว้น แต่งเข้าบิณฑ์ถวาย” แล้วก็ไปเดือน 6 เลย
สมัยรัตนโกสินทร์ 3. โคลงพระราชพิธีทวาทศมาส พระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เล่มนี้ตั้งใจจะให้เป็นตำราจริงๆ “สงกรานต์ชาวบ้านเที่ยว ตามสบาย / หญิงปะปนฝูงชาย แซ่ซ้อง / บางคนที่เมาหมาย เย้าหยอก ยั่วนา / พบพวกที่เกี่ยวข้อง ขัดแค้นต่อยตี” ทั้งนี้ในบทก่อนๆ กล่าวถึงที่เป็นพระราชพิธี ซึ่งมีแต่คำ “รด” (โสรจ กับ สรง) ไม่มี สาด แต่ที่เป็นของชาวบ้าน ถ้ามีก็คงบรรยายใส่มาแล้ว
4. นิราศเดือน ของ นายมี หรือที่เรียกกันว่า นายมีหมื่นพรหมสมพัตสร เป็นกลอนแปด จาระไนความเป็นไปของผู้คนในสมัยที่แกยังมีชีวิตอยู่ (ระหว่าง ร.1 ถึง ร.3) เป็นประจำเดือน “โอ้ฤดูเดือนห้าหน้าคิมหันต์ / พวกมนุษย์สุดสุขสนุกครัน / ได้ชมกันพิศวงในสงกรานต์ / ทั้งผู้ดีเข็ญใจใส่อังคาส / อภิวาทพระพุทธรูปในวิหาร / ที่กำดัดจัดแจงกันแต่งงาน / มงคลการตามเล่ห์ประเวณี”

5. ขุนช้างขุนแผน “ทีนี้จะกล่าวเรื่องเมืองสุพรรณ /ยามสงกรานต์คนนั้นก็พร้อมหน้า / จะทำบุญให้ทานการศรัทธา /ต่างมาที่วัดป่าเลไล /หญิงชายน้อยใหญ่ไปแออัด /ขนทรายเข้าวัด อยู่ขวักไขว่ /ก่อพระเจดีย์ทรายเรี่ยรายไป /จะเลี้ยงพระกะไว้วัน พรุ่งนี้” สองเล่มนี้ก็ไม่ได้มีกล่าวถึงสาดน้ำเลย
6. พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เล่มนี้ก็เหมือนกัน ได้ตรวจดูในพระราชพิธีเดือนห้าทั้งหมด พิธีสังเวยเทวดาเอย, พิธีอาบน้ำช้างเอย, พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเอย, โองการแช่งน้ำเอย, ท่านทรงคุยได้ละเอียดลออ แต่เรื่องสงกรานต์สาดน้ำ ท่านไม่ได้ทรงแอะซักนิด ก็ต้องสรุปว่า ในรัชกาลก่อนท่าน และในรัชกาลของท่านยังไม่มี
หาสาดน้ำไม่เจอ แต่กลับไปเจอะเอาก่อพระทราย จะเห็นว่าเอกสารหลายชิ้นได้กล่าวถึงการก่อพระทราย เช่น โคลงทวาทศมาส ของสมเด็จกรมพระยาบำราบปรปักษ์ และ ขุนช้างขุนแผน ปัจจุบัน งานสงกรานต์ที่เชียงใหม่ก็ยังมีคนไปขุดเกาะขุดดอนในแม่น้ำปิง เอาทรายไปก่อพระทราย ได้พบที่วัดท่าสะต๋อยและวัดบุพพาราม ในกรุงเทพฯ ก็มีอยู่วัดหนึ่งที่ก่อพระทรายในงานสงกรานต์ คือ วัดสุทัศน์