อดิศร จิตตเสวี – เรื่อง/ภาพ

พฤติกรรมของคนร้าย แก๊งลวง-กรีดกระเป๋าต่างด้าว สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเป็นเวลานาน จับกุมเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปเสียที โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ตามสถานที่จัดงานต่างๆ จึงไม่ต่างอะไรกับสวรรค์ของแก๊งดังกล่าว ได้ให้มาเลือกเหยื่อช็อปเอาชนิดตามใจชอบ

พอถึงเทศกาลก็แห่กันมา ได้ทรัพย์สินเป็นที่พอใจแล้วก็กลับไปใช้เงินที่ประเทศตัวเอง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่สน.ชนะสงคราม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.เสนิต สำราษสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ. อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม

ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายปัก วิน ลอย อายุ 29 ปี ชาวเวียดนาม นายตุย เวน อายุ 35 ปี ชาวกัมพูชา และนางตุย จัน เทิน อายุ 32 ปี ชาวกัมพูชา พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนยี่ห้อต่างๆ จำนวน 25 เครื่อง เงินสด จำนวน 6,700 บาท

เงินสดสกุลต่างประเทศ จำนวน 20,000 บาท ซองพลาสติกแบบกันน้ำ จำนวน 3 ใบ กระเป๋าสตางค์สีดำ 2 ใบ กระเป๋าสะพาย 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคารต่างๆ จำนวนหลายใบ และใบมีด คัตเตอร์ จำนวน 7 ใบ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ หน้าร้านอาหารต้มยำกุ้ง ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้บูรณาการร่วมกันกับตำรวจนครบาล โดยเฉพาะตามโรงพักที่เป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์ ให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด กระทั่งได้รับแจ้งว่าแก๊งเวียดนามดังกล่าว ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ในถนนข้าวสาร เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา

โดยน.ส.ณัฐนันท์ เขียวเกษม ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ว่าเดินทางมาเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารกับแฟนหนุ่ม โดยก่อนเกิดเหตุตนเองเดินสาดน้ำมาจนถึงหน้าร้านอาหารต้มยำกุ้ง ระหว่างนั้นเหมือนมีคนมาโดนตัวบริเวณที่คล้องซองกันน้ำที่เก็บโทรศัพท์มือถือและเงินสดเอาไว้ จึงสำรวจทรัพย์สินต้องตกใจที่พบว่าซองกันน้ำโดนคนร้ายกรีดเอาโทรศัพท์และเงินสดไปแล้ว

ตอนนั้นเห็นว่าคนร้ายที่ลงมือเป็นชาย และกำลังพยายามแหวกฝูงชนเพื่อหลบหนี จึงร้องโวยวายพร้อมบอกให้แฟนหนุ่มช่วยไล่จับชายคนดังกล่าว จนสามารถจับตัวเอาไว้ได้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ภายหลังถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสอบสวนจนทราบชื่อคือ นายปัก วิน ลอย โดย ผู้ต้องหารับว่า ร่วมกับพวกอีก 2 คน คือนายบอย และน.ส.เหนียว ชาวกัมพูชา ที่ยังจับกุมตัวไม่ได้ นัดเจอกันบริเวณพื้นที่จัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร ก่อนจะตระเวนร่วมกันลงมือก่อเหตุ

วิธีก่อเหตุก็จะเดินตระเวนดูเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่สะพายซองกันน้ำไว้ด้านข้างตัว จากนั้นตนจะลงมือกรีดกระเป๋า ส่วนเพื่อนอีกสองคนจะสลับกันบังและรับของที่ขโมยมา ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี แล้วมานัดพบกันที่ห้องพัก 428 แมนชั่น แห่งหนึ่งในซอยวาดสนิท ถนนรางรถไฟเก่า ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อแบ่งทรัพย์สินที่ขโมยมา

ตำรวจรีบขยายผลติดตามไปตรวจสอบตามที่ได้ข้อมูล ก่อนสามารถจับกุมนายตุย เวน อายุ 35 ปี ชาวกัมพูชา และนางตุย จัน เทิน อายุ 32 ปี ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางมือถืออีก 25 เครื่อง ดังกล่าว

รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า กลุ่มคนพวกนี้ต้องผ่านการฝึกฝนการคีบบุหรี่ ออกจากกระเป๋า โดยให้เบาที่สุด เพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยตำรวจก็จะดำเนินการจับกุมทุกกรณี โดยขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในการเที่ยวเมืองไทย และขอให้ระมัดระวังทรัพย์สินในเบื้องต้นให้ดี

จะเห็นว่ากรณีนี้คนร้ายมาหลายคนมาเบียดผู้เสียหายก่อนลักทรัพย์สินไม่ให้รู้ตัว โดยทำเป็นขบวนการ อย่างไรก็ตามการป้องกันในเบื้องต้นในการเล่นน้ำสงกรานต์ คือการนำซองกันน้ำใส่ในเสื้อเพื่อป้องกันการก่อเหตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์นั้น” กับนายปัก ส่วนนายตุย เวน และนางตุย จัน เทิน แจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ส่วนนายบอยและน.ส.เหนียว ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งติดตามผู้ต้องหาทั้งสองมาดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน