อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล – เรื่อง/ภาพ

การที่เมืองพัทยาถูกมองในสายตาชาวต่างชาติว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งเซ็กซ์” ทำให้บริษัททัวร์ต่างชาติต่างนำไปโฆษณา ชักชวนลูกทัวร์ที่ไม่ได้สนใจมาเที่ยวชมศิลปวัฒนธรรมของเมืองไทย แต่ต้องการเพียงเรื่องเซ็กซ์เท่านั้น ให้เดินทางเข้ามาสัมผัสประสบการณ์

เหตุการณ์บุกทลายปาร์ตี้สะวิงกิ้ง เมื่อกลางดึกวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ ในการกอบกู้ภาพลักษณ์เมืองพัทยา

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อนายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนว่า ที่บ้านทิวลิป โรงแรมชื่อดัง ย่าน เขาพระตำหนัก ซอย 6 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการลักลอบจัดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์

จึงได้ประสานงานพ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชรผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา พ.ต.ไพจิตร เจริญพงษ์ ผบ.ร้อย รส.มทบ.14 สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และทหาร ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนแน่ชัด ว่ามีการจัดปาร์ตี้ขึ้นจริงจึงวางแผน ปิดล้อมตรวจค้น

จากการบุกเข้าตรวจสอบพบว่าโรงแรมมีเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา สูง 4 ชั้น มีห้องพักกว่า 30 ห้อง โดยชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนสระว่ายน้ำ โซนเคาน์เตอร์บาร์ และโซนสุดท้ายถูกจัดเป็นห้องจัดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ หรือเรียกกันว่าห้อง “เพลย์”

โดยพบคู่รักชายหญิงหลายสัญชาติ ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เยอรมัน ไทย กัมพูชา อินเดีย และยูเครน จำนวนกว่า 10 คู่ แยกเป็นชาย 11 คน หญิง 14 คน รวมเป็น 25 คน กำลังเปลือยกายล่อนจ้อน แสดงลีลาร่วมรักแบบสะวิงกิ้งกันอย่างเมามันส์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด

เมื่อตรวจค้นตามจุดต่างๆ พบพนักงานโรงแรม 3 คน ถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น ยาปลุกเซ็กซ์ อุปกรณ์เซ็กซ์ทอย รวมทั้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่ในถังขยะจำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยภายในห้องหมายเลข 402 พบนายเซิ่ง ไฉ หยาง อายุ 53 ปี สัญชาติจีน แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมแห่งนี้

ภายหลังการจับกุม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุมว่า คดีนี้ผู้ต้องหามีทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติกระทำผิดซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งดูดายหลังจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนแล้วได้มีการสืบสวนสอบสวนหาข่าวในทันที จนสามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมดนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยนายเซิ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคลของบริษัท จือเซิ่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะเจ้าของโรงแรม ถูกแจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต” (ตามพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547), “เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”

ขณะที่พนักงานโรงแรมทั้ง 3 คนถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ทั้งนี้ ยังตรวจพบว่ามีนักท่องเที่ยวหญิงสัญชาติฟิลิปปินส์ ถือหนังสือเดินทางหมดอายุ อยู่เกินกำหนดอนุญาตจำนวน 84 วัน จึงจับกุมในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” อีกคดีหนึ่ง

จากการสอบสวนพบว่ามีการเปิดเว็บไซต์ในต่างประเทศ เชิญชวนคู่ชายหญิงมาร่วมกิจกรรมทางเพศแบบสะวิงกิ้ง โดยต้องสมัครและชำระเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และมีกติกาว่าผู้เข้าร่วมปาร์ตี้จะต้องเป็นคู่รักชายหญิง โดยมีค่าใช้จ่ายคืนละ 1,500 บาท ต่อ 1 คน

“ที่ผ่านมาพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำนโยบายการป้องกันอาชญากรรมอย่างสม่ำเสมอ เน้นหนักด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะเมืองที่เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว พร้อมตรวจสอบสถานบริการไม่ให้ลักลอบค้าประเวณี หากมีการกระทำความผิดให้จับกุมได้ทุกคดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

ขณะเดียวกันตำรวจระบุว่าโรงแรมบ้านทิวลิปประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่ทั้งนี้ยังมีโทษปรับตั้งแต่วันที่ฝ่าฝืน วันละ 10,000 บาท เท่าที่ตรวจสอบพบว่าลักลอบฝ่าฝืนมาประมาณ 5 ปี คิดเป็นค่าปรับประมาณ 18 ล้านบาท พร้อมทำเรื่องเสนอไปยังอำเภอบางละมุง เพื่อปิดกิจการต่อไปด้วย

การบุกทลายปาร์ตี้สะวิงกิ้งครั้งนี้นอกจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการกอบกู้ภาพลักษณ์แล้ว ก็ยังแสดงให้เห็นว่าฉายาเมืองหลวงแห่งเซ็กซ์กลายเป็นเสมือนเงาของเมืองพัทยา จนยากที่จะลบสลัดให้หลุดไปได้โดยง่ายเสียแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน