พงษ์สันต์ เตชะเสน – เรื่อง/ภาพ
เหตุการณ์สามีใช้มีดทำครัวกระหน่ำแทง นางวารุณี เมืองจันทร์ แม่ค้าอาหารตามสั่ง ขณะยืนทำอาหารให้กับลูกค้า นับเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ หลังเกิดเหตุตำรวจโรงพักน้ำยืนจึงระดมกำลังติดตามไล่ล่าตัวคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้หลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ช.ม.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ร.ต.อ.อุทัย นักลำทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเกิดเหตุสามีใช้มีดแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในร้านอาหารตามสั่งริมถนนน้ำยืน-น้ำขุ่น ต.สีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุธีร์ เศรษฐวงศ์ ผกก.สภ.น้ำยืน พ.ต.ท.ไพบูลย์ วันงาม รอง ผกก.ป. ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ชีพ
ที่เกิดเหตุพบร่างโชกเลือดของ นางวารุณี เมืองจันทร์ อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน อยู่บ้านเลขที่ 49 บ้านน้ำซับ หมู่ 2 ต.บุเปือย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นอนหงายหายใจรวยรินอยู่หลังโต๊ะทำอาหาร โดยมีมีดทำครัวยาวประมาณ 5 นิ้ว ปักอยู่ที่หน้าท้องขวาจมมิดด้าม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ รีบเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งร.พ.น้ำยืน แต่ปรากฏว่านางวารุณีถูกมีดแทงเข้าจุดสำคัญทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนพยานให้การตรงกันว่า คนร้ายคือนายกฐิน กาสา หรือแบน อายุ 38 ปี สามีใหม่ที่มาอยู่กินกันได้ประมาณ 1 ปี โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่นางวารุณี กำลังยืนทำอาหารตามสั่งให้ลูกค้า นายกฐินได้เดินเข้ามาหาแล้วเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง
จากนั้นนายกฐินคว้ามีดทำครัวที่วางอยู่จ้วงแทงเข้าที่ ลำตัวนางวารุณีอย่างไม่ยั้งกว่า 10 แผลจนล้มฟุบโดยมี มีดปักคาหน้าท้อง ส่วนนายกฐินวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า หลังร้านสะดวกซื้อ
ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว โดยมีบุคคลใกล้ชิดให้ข้อมูลว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันเป็นประจำเนื่องจากนายกฐินไม่ได้ทำมาหากินอะไร และมักขอเงินนางวารุณีใช้เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุน่าจะมาขอเงินแล้วโดนปฏิเสธจึงใช้มีดแทงจนเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุธีร์สั่งการให้กำลังตำรวจสายตรวจ ชุดป้องกันปราบปรามและชุดสืบสวนติดตามจับกุมนายกฐิน ซึ่งคาดว่าน่าจะหลบหนีกลับบ้านเกิดที่อำเภอกุดข้าวปุ้น โดย จัดกำลังเฝ้าติดตามที่สถานีขนส่งและตามท่ารถต่างๆ ป้องกันหลบหนีออกนอกพื้นที่
ตำรวจวางกำลังดักเส้นทางที่จะหลบหนีเอาไว้ทั้งหมด รวมทั้งส่งชุดสืบสวนติดตามไปที่เลขที่ 85 บ้านศรีสมบูรณ์ ม.6 ต.หนองทันน้ำ อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเดิมของนายแบน แต่ก็ไม่พบตัวจึงคาดว่าเจ้าตัวน่าจะยังหลบซ่อนกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำยืน
ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีสอบสวนเพื่อนฝูงคนรู้จักนายกฐิน จนทราบว่ามีเพื่อนอยู่ที่หมู่บ้านน้ำยืน ม.6 ต.โซง อ.น้ำยืน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 10 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนพบนายกฐินหลบอยู่ภายในบ้านเพื่อนดังกล่าว จึงจับกุมตัวไว้ได้ในช่วงค่ำวันเกิดเหตุนั่นเอง
จากการสอบสวนนายกฐินก็สารภาพว่าเป็นคนใช้มีดแทงนางวารุณีภรรยาจนเสียชีวิตจริง เนื่องจากตลอด 1 ปีเศษที่อยู่ด้วยกันตนมีความคับแค้นข้องใจ ด้วยคอยช่วยงานในร้าน ของภรรยาสารพัด แต่ก็ไม่ได้รับค่าแรงพอทวงถามก็กลายเป็นเรื่องทะเลาะ
จึงทำให้ที่ผ่านมามีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ล่าสุด ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงก็ทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นภรรยาเรียกตำรวจมาจับตนหาว่าเมายาบ้าอาละวาด ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาแยกตนกับภรรยาออกจากกัน โดยตอนแรกตนตั้งใจจะกลับบ้านเกิดที่อำเภอกุดข้าวปุ้น
ตำรวจจึงพาไปส่งที่สถานีรถโดยสาร แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจด้วยความคับแค้นสุดๆ จึงตัดสินใจย้อนกลับมา เห็นนางวารุณียืนทำอาหารอยู่ จึงตรงเข้าไปใช้มีดทำครัวแทงภรรยาจนเสียชีวิตดังกล่าว
ขณะที่เมื่อตรวจสอบในกระเป๋าสะพายใส่เสื้อผ้าของผู้ต้องหาพบจดหมายที่นายกฐิน เขียนระบายความในใจสาเหตุที่ต้องลงมือฆ่านางวารุณี เมียรุ่นพี่ เพราะใช้ให้ทำงาน ไม่ให้เงินใช้ แถมแจ้งตำรวจให้มาจับกล่าวหาว่าเสพยาบ้า รวมทั้งยังมีเรื่องหึงหวงผู้ตาย เพราะช่วงหลังเห็นภรรยาชอบเล่นเฟซบุ๊กและไลน์กับผู้ชาย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับนายกฐิน
รุ่งขึ้นวันที่ 26 เม.ย. พ.ต.อ.สุธีร์พร้อมกำลังตำรวจนำตัวนายกฐินมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านขายอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียนประจำอำเภอน้ำยืนที่เกิดเหตุ ก่อน คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย