คืบหน้ามาเป็นลำดับ สำหรับการคลี่คลายคดีคนร้ายลอบยิงกำนันคนดัง ใน จ.เชียงราย
ขณะที่เดินทางกลับบ้านมาพร้อมครอบครัวทั้ง 4 คน
โดยกระสุนสังหารลูกสาววัย 5 ขวบ และภรรยาตายคาที่ ขณะที่กำนันคนดังและลูกชายวัย 3 ขวบรอดหวุดหวิด
แต่ก็อาการสาหัสต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ส่วนสาเหตุของการลอบสังหารโหดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันชัดแล้วว่าเป็นเรื่องของยาเสพติด
เนื่องจากกำนันผู้บาดเจ็บถือเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่
นอกจากนั้นยังพบว่าก่อนเกิดเหตุครั้งนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่จับกุมยาเสพติดรายใหญ่ได้ถึง 2 คดีติดๆ กัน
จนอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง และใบสั่งตาย
อีกทั้งพบว่าขบวนการเหล่านี้ยังพัวพันกับคนมีสีนอกแถว ที่มีอิทธิพลอยู่ตามชายแดน
จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งคลี่คลายและจับกุมคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้โดยไว

พลิกนาทียิงถล่มกำนันม้ง
เหตุสยองขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย ตร.สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถปิกอัพที่ขับอยู่บนถนนสายบ้านร่มฟ้าทอง-บ้านผาตั้ง หมู่ 10 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย
รุดไปตรวจที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพ โตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผค 4115 เชียงราย ถูกยิงพรุนเข้าที่กระจกด้านหน้าและด้านข้าง ตรวจสอบพบว่าคนขับคือ นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนัน ต.ปอ ประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย หรือเป็นที่รู้จักกันในนามกำนันม้ง อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงเข้าที่แขนขวา เศษกระสุนเข้านัยน์ตาทั้ง 2 ข้าง
ส่วน ด.ช.ไชยมงคล ยอดมณีบรรพต อายุ 3 ขวบ บุตรชาย ถูกยิงที่ขาซ้ายบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
ขณะที่ นางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ภรรยา และ ด.ญ.ธัญญาพร ยอดมณีบรรพต ลูกสาววัย 5 ขวบ เสียชีวิตจากคมกระสุนในที่เกิดเหตุ
ตรวจสอบพื้นที่พบว่าเป็นถนนสายที่ลัดเลาะไปตามภูเขา โดยคนร้ายดักซุ่มอยู่ที่ จุดทางโค้งรูปตัวเอส และทางขึ้นเขาเล็กน้อย เมื่อกำนันม้งเดินทางออกจากไร่กาแฟของตัวเอง ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 กิโลเมตร และผ่านจุดดังกล่าว ก่อนถึงบ้านไม่ถึง 5 กิโลเมตร คนร้ายจึงอาศัยจังหวะยิงถล่มก่อนหลบหนีไป
โดยรถของกำนันม้งเมื่อถูกยิงก็ถอยจากจุดดังกล่าวลงเนินไปประมาณ 15 เมตร กระสุนเจาะเข้าด้านฝั่งซ้ายของรถ หรือด้านคนนั่งโดยสาร ปรากฏให้เห็นรูกระสุนเป็นแนว ตั้งแต่กระจกข้างคนโดยสารไปจนถึงกระจกหน้า และกระโปรงรถ
คาดว่าคนร้ายดักซุ่มอยู่บนเนินที่สูงจากถนนประมาณ 2-3 เมตร อาศัยต้นไม้ใหญ่และป่าละเมาะซุ่มดูรถอยู่ จากนั้นยิงด้วยอาวุธสงคราม เอเค 47 หรืออาก้า รวมทั้งปืนลูกซองยาวลงมาใส่ด้านข้างรถหลายนัด จนรถหยุดนิ่ง ก่อนกระหน่ำกระสุนใส่รถเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ก่อนอาศัยความเชี่ยวชาญพื้นที่หลบหนีไป
ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 7.62 ที่ใช้กับปืนอาก้าตกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใน ป่าละเมาะ 3-4 ปลอกตกอยู่ในร่องน้ำคอนกรีตด้านล่างใกล้กับตัวรถอีกจำนวนมาก นอกจากนี้พบปลอกกระสุนปืนลูกซองยาวใต้ต้นไม้ใหญ่อีก 5 ปลอก หัวกระสุน 3 นัด และเศษกระดูกใกล้รถจำนวนหนึ่ง
คาดว่าคนร้ายมีมากกว่า 1 คน

คุ้ยปมโทร.ปริศนา
ส่วนสาเหตุจากการลงมือครั้งนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน โดยหากฟังจากนายจงหรือ ยอดมณีบรรพต อายุ 72 ปี พ่อของ กำนันม้ง ที่ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนดี ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ใด และไม่เคยพูดให้ฟังถึงเรื่องที่อาจจะเป็นสาเหตุของเหตุการณ์
โดยวันเกิดเหตุตนและภรรยาไปนอนเฝ้าไร่กาแฟที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร และห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตร ช่วงบ่ายนายทวีศักดิ์พร้อมภรรยาและหลานๆ ไปซื้ออาหารและเนื้อ มาให้ ตั้งใจจะทำอาหารกินกันในสวน
แต่ช่วงเย็นลูกชายก็พาครอบครัวเดินทางกลับ เพราะมีคนโทรศัพท์ไปหาเขา พูดด้วยภาษาม้ง 2-3 ครั้ง แต่ไม่ได้ยินถนัดว่าพูดคุยเรื่องอะไร ก่อนจะกลับหลานสาวที่เสียชีวิตยังบอกว่าอยากนอนอยู่กับปู่-ย่าที่ไร่กาแฟ แต่แม่เขาไม่ยอม จึงเดินทางกลับ แล้วถูกดักยิง ดังกล่าว
สำหรับนายทวีศักดิ์ถือเป็นบุคคลสำคัญในพื้นที่ เพราะมีบทบาทในการดูแลชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ม้งบนเทือกเขาดอยยาว ดอยผาหม่น บริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยเฉพาะในเขต อ.เวียงแก่น และ อ.เทิง มาอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งมีบทบาทในการเรียกร้องสิทธิที่อยู่อาศัยและที่ทำกินกับชาวบ้านในช่วงที่มีการจัดการเรื่องป่าไม้ของหน่วยงานภาครัฐ อย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการยอมรับจากชุมชนจนเป็นประธาน ชมรมม้งแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ยังถือเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ระดับหนึ่งด้วย!??
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายทวีศักดิ์ และด.ช.ไชยมงคล ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แต่ต่อมาได้ส่งตัวนายทวีศักดิ์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งเข้าดูแลครอบครัวนายทวีศักดิ์ที่ยังอยู่ข้างนอก
หวั่นคนร้ายบุกก่อเหตุซ้ำอีก!??

ยันปมยาเสพติดสั่งตาย
สำหรับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ด่วน คุมคดีด้วยตัวเอง เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์
ซึ่งแนวทางสืบสวนดังกล่าว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติระบุว่า เกี่ยวพันกับยาเสพติดอย่างแน่นอน แต่ผู้ตายเกี่ยวข้องอย่างไรต้องรอผลสืบสวนให้ชัดเจนกว่านี้ ล่าสุดพอจะรู้ตัวคนก่อเหตุแล้ว มีทั้งคนไทยและคนประเทศเพื่อนบ้านร่วมกันลงมือ
ขณะที่การสืบสวนพบว่ากรณีนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เครือข่ายยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเสียหาย โดยหลักๆ มีอยู่ 2 คดี คือการตรวจยึดยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.เวียงแก่น และการจับยาไอซ์ น้ำหนัก 260 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา
โดยการยึดยาบ้าเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ยังพบยาไอซ์และเคตามีนในถุงชาอีกประมาณ 788 กิโลกรัม มูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 1,728 ล้านบาท หลังจากที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดขนไปกับรถกระบะในช่วงเวลากลางดึกพื้นที่หมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น โดยเจ้าหน้าที่ก็จับกุมผู้ต้องสงสัยบริเวณที่เกิดเหตุได้ 3 คน
ส่วนคดีเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จับกุมผู้ต้องหาเป็นชายชาว อ.เวียงแก่น ได้จำนวน 3 คน พร้อมของกลางยาไอซ์ 13 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 260 กิโลกรัม ขณะขนส่งจากพื้นที่ตะเข็บชายแดนด้าน จ.เชียงราย
ทั้ง 2 คดีเป็นการจับบิ๊กล็อตที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดเสียหาย ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับแก๊งคนมีสีนอกแถว ที่รับงานเป็นผู้คุ้มกันระหว่างขนย้าย จนเกิดเป็นความแค้น เนื่องจากคิดว่ากำนันม้ง ซึ่งเคยมีความขัดแย้งกันอยู่ เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐ
จนเป็นใบสั่งตายในครั้งนี้
ตรวจปืน-มุ่งแก๊งมีสีนอกแถว

ขณะที่การเร่งคลี่คลายคดีพบว่าการลอบยิงถล่มกำนันม้งครั้งนี้ มีลักษณะคล้ายกับการที่คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถของ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านห้วยคุ หมู่ 8 ต.ปอ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 12 ต.ค. 2560 โดยคนร้ายลอบยิงจากป่าข้างทางใส่รถ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจหัวกระสุนว่ามาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังขอความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น ให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนขนาดต่างๆ นำส่งมอบให้กับทางอำเภอเพื่อตรวจสอบ หลังพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวรวม 4 ตำบล ได้แก่ ต.ปอ ต.ม่วงยาย ต.หล่ายงาว และ ต.ท่าข้าม มีผู้ครอบครองอาวุธปืนรวมกันกว่า 300 กระบอก เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับ หัวกระสุน และปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ
ล่าสุดพบปืนที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย 96 กระบอก พร้อมเร่งทดสอบ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย 4 จุด ภายในหมู่บ้านห้วยหาน หมู่ 9 ต.ปอ ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชนกว่า 400 หลังคาเรือน พร้อมสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งนายทวีศักดิ์ด้วย
พบว่านายทวีศักดิ์เองก็รู้อยู่ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายการปองร้าย
โดยกลุ่มคนร้ายมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากทั้งคนสั่งการ วางแผน ลงมือ หลังก่อเหตุต่างแยกย้ายกันหลบหนี บางส่วนหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว แล้วเพราะเป็นตะเข็บชายแดนที่เข้าออกได้ง่าย แต่เชื่อว่าบางส่วนยังอยู่ในฝั่งไทย โดยกลุ่มคนที่ยิงมีอยู่อย่างน้อย 3 คน เป็นการใช้อาวุธปืนเอเค 47 หรืออาก้า 2 คน และปืนลูกซองยาว 1 คน
รวบรวมพยานหลักฐานถึงขั้นเตรียมออกหมายจับคนไทยอีก 1 คน
นับว่าเข้าใกล้ถึงบทสรุปแล้วจริงๆ