พนม คงเจริญ – เรื่อง/ภาพ
แค่เพียงประชาชนคนทั่วไปตกเป็นเหยื่อของบรรดาโจรขโมยและอาชญากรทั้งหลาย ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ต้องตามลากคอไปมอบให้อัยการ ส่งฟ้องร้องต่อศาล ให้พิพากษาด้วยกฎหมายบ้านเมือง ต่อความผิดที่กระทำลงไป
แต่คดีโจรกรรมครั้งล่าสุดมีนายตำรวจระดับสูงตกเป็นเหยื่อด้วย ไอ้โจรแสบเลยต้องเดินคอตกเข้าตะรางไป
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุคนร้ายทุบกระจกรถโจรกรรมทรัพย์สิน บริเวณลานจอดรถยนต์ ห้างสรรพสินค้าดังแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูง และเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 47 เพื่อนร่วมรุ่นของพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.)

นายตำรวจรายดังกล่าวให้การว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ แล้วลักทรัพย์สินซึ่งวางอยู่บนเบาะหลังรถยนต์ ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสด 100,000 บาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง กุญแจเซฟ กุญแจบ้าน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ที่ทราบเรื่อง
ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ พบว่าสามารถ จับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน เมื่อตรวจสอบจากฐานประวัติอาชญากรทราบว่าคือนายสิริชัย หรือหนุ่ม นุชเปลี่ยน อายุ 44 ปี นักแซ้งมืออาชีพที่มีประวัติก่อเหตุมาอย่างโชกโชน พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาล กระทั่งอนุมัติหมายจับคนร้ายเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์”

หลังได้หมายจับเจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกสืบหาเบาะแส กระทั่งตามไปรวบตัวได้คาป้ายรถเมล์ปากซอย ประชาอุทิศ 17 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา
เมื่อสูญสิ้นอิสรภาพนักแซ้งตัวดี ก็ให้การรับสารภาพแต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงนำไปแถลงข่าวจับกุมที่ สน.พหลโยธิน ในวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เพิ่งได้พ้นโทษออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ไม่หลาบจำกลับมาก่อคดีอีก พบว่าเคยก่อเหตุบริเวณลานจอด รถยนต์อื่นๆ มาแล้วร่วม 30 ครั้ง โดยเน้นไปที่ห้างดังๆ เช่น ห้างเอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ห้างโบ๊เบ๊ เซียร์ รังสิต ห้างเซ็นจูรี่ สุขุมวิท ห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ห้างเมเจอร์ รัชโยธิน
รวมถึงยังเคยก่อเหตุคดีต่างๆ ในปี 2551 ลักทรัพย์นายจ้างในท้องที่ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี, ปี 2552 ความผิดเกี่ยวกับบุกรุกท้องที่ สภ.เมืองเชียงใหม่, ปี 2553 เล่นการพนันฟุตบอล สภ.ภูพิงค์ จ.เชียงใหม่, ปี 2555 ลักทรัพย์ สน. ประเวศ กรุงเทพฯ, ปี 2555 ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สน.ห้วยขวาง
นอกจากนั้นยังมีหมายจับคดีลักทรัพย์ เกิดเหตุในพื้นที่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ที่ตำรวจต้องการตัวผู้ต้องหานี้อยู่เช่นกัน

ด้านพ.ต.อ.ธีรเดชเปิดเผยว่า นายสิริชัยสารภาพว่าจะพกไขควงปากแบนติดตัวไว้ตลอดเวลา โดยเลือกเหยื่อ ที่เก็บกระเป๋าไว้เบาะหลัง และพยายามซ่อนปกปิดกระเป๋าไว้ รวมถึงจอดรถยนต์ ในที่ลับตาผู้คนเป็นมุมอับของกล้องวงจรปิดในเวลากลางคืน
เมื่อสบโอกาสจะเดินเข้าไปมองสังเกตดูทรัพย์สินที่วางอยู่เบาะหลังรถยนต์ แล้วใช้ไขควงงัดกระจกรถยนต์จนแตกหลุดออก แล้วหยิบเอาทรัพย์สินใส่ในกระเป๋าสะพายที่เตรียมมา การลงมือ ก่อเหตุแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 5-10 นาที จากนั้นเดินปะปนกับประชาชนทั่วไปหลบหนี
นับเป็นภัยที่ใกล้ตัวของพี่น้องประชาชนในเมืองหลวงอย่างยิ่ง
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของกฎหมายไปได้