สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย – เรื่อง/ภาพ

พัฒนาการของเทคโนโลยีก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง การทำงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เช่นเดียวกัน ล่าสุด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. ดูแลงานป้องกันปราบปราม จัดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการควบคุมสายตรวจด้วยระบบคิวอาร์โค้ด เพื่อรองรับการตรวจตู้แดงในหน้าที่ปกติและเทศกาลสำคัญ

โดยให้ข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรงานป้องกันปราบปราม และรองสารวัตรหรือผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปรามทุกสถานีตำรวจในสังกัด 88 สถานีตำรวจ นครบาล และกองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ร่วมกันเข้าอบรมรวมทั้งสิ้น 182 นาย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เร่งเห็นความสำคัญในงานป้องกันปราบปราม จึงได้นำระบบคิวอาร์โค้ดเป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยผ่านโทรศัพท์สมาร์ตโฟน เพื่อการสนองตอบอย่างรวดเร็วจากเดิมที่ไปตรวจตามตู้แดง สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปออกตรวจสามารถทราบว่าจุดที่ตนเองไปอยู่ตรงไหน ผู้บังคับบัญชารับทราบเวลารายงานผลออกมาทำให้รู้ว่าจุดที่ไปตรวจงานดังกล่าวไปตรวจจริงหรือไม่ ทำให้สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อย สามารถใช้ได้ทั้งนครบาล

บิ๊กอวบเผยอีกว่า โครงการดังกล่าวมีการเริ่มทดลองใช้มาในพื้นที่บช.ภ.3 ที่ สภ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งได้ ผลดี จึงมีการนำมาใช้ทั้ง 88 โรงพักของนครบาล พร้อมกับเตรียมขยายไปทั่วประเทศไทยให้ครบทั้ง 1,482 โรงพัก เพื่อนำไปใช้ในโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

“ส่วนความร่วมมือกับประชาชนสามารถที่จะขอความร่วมมือกับประชาชนให้มีการนำคิวอาร์โค้ดไปติดไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ ประกอบกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้เป็นแอพพลิเคชั่นอย่างโปรแกรมการแจ้งเหตุโพลิศไอเลิตยู (Police I lert u) เวลามีเหตุเกิดขึ้นรู้ได้ทันที อาจจะแค่ติดเพียงสติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดไว้ในพื้นที่เพื่อยืนยันการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบ” รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า งานป้องกันอาชญากรรมประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรม ที่เห็นได้เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งคือการควบคุมงานสายตรวจให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้ สภาพปัญหาตู้แดงฝนตกสมุดจดก็เปียก เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไม่ได้ไปตรวจบ้าง

การนำเอาเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดมา ใช้เป็นการควบคุมงานสายตรวจให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้งานสายตรวจเกิดประสิทธิภาพ

จากกรณีที่เราใช้ตู้แดงที่ผ่านมาทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตู้แดงตู้ละ 300 บาท มี 100 ตู้ ก็จะต้องใช้สมุดอีก 100 เล่ม ซึ่งการกำกับดูแลนั้น ทางสารวัตรฝ่ายงานป้องกันปราบปราม หรือร้อยเวรจะต้องเก็บสมุดจากตู้แดงเพื่อทำการตรวจสอบว่ามีการเซ็นครบแล้วรายงานให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจทราบ

โครงการดังกล่าว ทำให้เราทราบว่ามีตำรวจสายตรวจไปออกตรวจบริเวณดังกล่าวจริงหรือไม่ หากไม่ได้ไปตรวจผ่านคิวอาร์โค้ดระบบก็จะไม่รายงานผลให้ทราบ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ค่อยๆ ปรับระบบเพื่อให้เรียนรู้ในการใช้ระบบดังกล่าวและให้เห็นความสำคัญของการกำกับดูแลสายตรวจ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

“เบื้องต้นก็ให้ค่อยๆ ปรับมาเป็นใช้คิวอาร์โค้ดในจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม อาทิ เช่น ร้านสะดวกซื้อ นำคิวอาร์โค้ดมาแปะไว้ที่กระจกก็ได้ ถือว่าระบบคิวอาร์โค้ดดังกล่าวมีประโยชน์ในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายให้กับการทำงานบนสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นการสอดแทรกเทคโนโลยีเข้าไปในระบบของการดูแลสายตรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง” รองผบช.น. กล่าว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตู้แดงจะใช้มามากกว่า 40 ปีแล้วก็ตาม ทางบช.น.ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้หน่วยงานจเรตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยทำหนังสือผ่านสำนักงานยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สยศ.ตร.)

เพื่อให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แจ้งเรื่องการตรวจสอบการใช้ระบบคิวอาร์โค้ดถึงจเรตำรวจให้รองรับแทนระบบของตู้แดงเดิม ที่จะตรวจสอบการลงชื่อของตำรวจเพียงอย่างเดียว ให้ระบบคิวอาร์โค้ดเป็นระบบของงานสายตรวจควบคู่กัน

ตำรวจไทยยุค 4.0 จะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อทำให้การทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลประชาชนให้ได้มากที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน