พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี – ณเดช โรจนประดิษฐ์ – เรื่อง/ภาพ

“ผมเห็นลูกชายวิ่งไปวิ่งมาอยู่หน้าบ้าน ร้องตะโกนว่าผมจะมอบตัวกับตำรวจ ผมยอมมอบตัวแล้ว แต่จู่ๆ ก็ใช้อาวุธมีดแทงตัวเอง แล้วกระโดดลงไปในคลองจมหายไป” ร.ต.ประพันธ์ ชื่นอารมย์ อายุ 79 ปี อดีตข้าราชการทหารอากาศ ให้การกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ถึงเหตุการณ์ก่อนที่นายเอกชัย ยินดีวงษ์ อายุ 33 ปี ลูกชายจะเสียชีวิต

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ต.สมพร สะตะ สารวัตร(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเกิดเหตุชายใช้มีดแทงตัวเอง แล้วกระโดดลงคลองฆ่าตัวตาย บริเวณคลอง 2 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงประสานแพทย์นิติเวช ร.พ.ภูมิพล ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.นิเวศน์ นิลวดี สว.สส.สน.บางเขน และหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณริมคลองพบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกกั้นที่เกิดเหตุไว้ ก่อนให้ทีมนักประดาน้ำกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งลงงมหาอยู่นาน 1 ชั่วโมง จึงพบศพ นายเอกชัย ยินดีวงษ์ อายุ 33 ปี สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกแทงบริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย 3 แผล

จากการตรวจสอบพบว่านายเอกชัย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ.924/2561 ลงวันที่ 28 เม.ย.2561 หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงชาย 2 คนเสียชีวิตในท้องที่สน.สายไหม เมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.อำนาจ จึงประสาน พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รอง ผกก.สส.สน.สายไหม นำกำลังเข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนอยู่ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ซึ่งเจ้าตัวอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี

จากการสอบสวน ร.ต.ประพันธ์ ชื่นอารมย์ อายุ 79 ปี อดีตข้าราชการทหารอากาศ พ่อผู้ตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายวิ่งไปวิ่งมาอยู่หน้าบ้านแล้วยังร้องตะโกนว่า “ผมจะมอบตัวกับตำรวจ ผมยอมมอบตัวแล้ว” แล้วจู่ๆ ก็ใช้อาวุธมีดแทงตัวเองแล้วกระโดดลงไปในคลองจมหายไป จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นตำรวจคาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดในเรื่องคดี โดยหลังจากนี้ต้องแบ่งคดีออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกทางสน.บางเขน จะรับทำคดีเกี่ยวกับผู้ตายทำร้ายร่างกายตัวเองจนเสียชีวิต ส่วนคดีที่ 2 คือ สน.สายไหม จะดูแลเรื่องคดีตามหมายจับ ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิตเสียแล้ว ส่วนของคดีอาญาก็เป็นอันจบไป

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกันนั้นเอง นายพงศธร พุ่มราตรี อายุ 27 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับนายเอกชัยในคดีฆ่าคนตาย ออกมาร้องขอความเป็นธรรมว่าถูกนายตำรวจคนหนึ่งของสน.สายไหม ทำร้ายร่างกายขณะถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน.สายไหม เนื่องจากให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการยิง 2 ศพ

นายพงศธรให้ข้อมูลว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนมาหาเพื่อนในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4-7 แขวงคลองถนน เขตสายไหม ก่อนพบนายเอกชัย นั่งอยู่ที่ร้านขายของชำจึงทักทายกันตามปกติเนื่องจากรู้จักกันมาก่อน ต่อมานายเอกชัยขอตัวกลับบ้านพักโดยขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทะเบียน ชล 4514 กทม. ออกมา

“วันนั้นนายเอกชัยถอยรถชนกับกระถางต้นไม้แตกเนื่องจากซอยแคบ ผมจึงอาสาช่วยขับให้ ระหว่างที่ผมถอยรถให้อยู่นั้น ปรากฏว่านายเอกชัยใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง นายธันวา พิมจ่อง อายุ 28 ปี และนายภาณุมาศ จีนสกุล อายุ 25 ปี ที่ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกมาจากซอย ซึ่งผมไม่ทราบว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรด้วยความตกใจจึงหยุดรถรีบลงไปดู แล้วเห็นนายเอกชัยยิงทั้งคู่ซ้ำอีกก่อนวิ่งหลบหนีไป ซึ่งผมเป็นผู้แจ้งให้มูลนิธิเข้ามาตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือคนถูกยิง”

นายพงศธรกล่าวต่อว่า ระหว่างถูกนำตัวมาสอบปากคำอยู่ในห้องฝ่ายสืบสวน ตนปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เป็นเพียงผู้อาสาถอยรถให้ผู้ก่อเหตุเพียงเท่านั้น แต่จู่ๆ มีนายตำรวจคนหนึ่ง กลับใช้มือตบเข้าใบหน้าอย่างแรง 1 ครั้ง จนตกจากเก้าอี้ก่อนถูกใช้เท้ากระทืบซ้ำจนต้องเอาแขนทั้ง 2 ข้างกันศีรษะ

เมื่อรองเท้าแตะหลุดนายตำรวจดังกล่าวยังเอามาตีที่หัวเพื่อให้ยอมรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุ แต่ตนไม่ยิมยอมจึงถูกกักตัวไว้ 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งถูกออกหมายจับในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา จากนั้นถูกนำตัวไปฝากขังที่จังหวัดมีนบุรี

ตนยื่นหลักทรัพย์เงินสด 1 แสนบาทขอประกันตัวออกมาเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนขอยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกด้าน แต่กลับมาถูกทำร้ายร่างกายซึ่งตนจะขอสู้คดีให้ถึงที่สุด

คดีนี้ผู้บังคับบัญชาสน.สายไหม ออกมาปฏิเสธว่านายพงศธร ไม่ได้ถูกซ้อมให้รับสารภาพตามที่กล่าวอ้าง ส่วนการแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าก็มีหลักฐานพอศาลจึงอนุมัติหมายจับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ผิดถูกอย่างไร ก็ต้องไปว่ากันในชั้นศาล เป็นอันยุติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน