พนม คงเจริญ / สมศักดิ์ ชฎารัตน์ / เรื่อง-ภาพ

ความโกรธ เมาสุรา ล้วนบั่นทอนสติปัญญา ความรับผิดชอบ ยิ่งเมื่อมาเกิดกับผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย นับเป็นส่วนผสมชั้นดี นำมา ซึ่งความหายนะ

เหตุการณ์สยองถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. วันที่ 11 พ.ค. เมื่อ ร.ต.อ.วิศรุษ ไทยจันอัด รอง สว.(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุรถชนแล้วหลบหนี ที่บริเวณด้านหน้าสมาคมชาวปักษ์ใต้ ถนนกาญจนาภิเษกขาเข้า แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์ภาควิชานิติเวช ร.พ.ศิริราช

ที่เกิดเหตุอยู่ในช่องทางขวา พบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์และพบกองเลือดขนาดใหญ่ ใกล้กันพบศพชายนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น สอบสวนทราบชื่อต่อมา คือ นายฐิติศักดิ์ สุขสุจิตร อายุ 15 ปี ใกล้กัน พบจยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า แอร็อกซ์ สีน้ำเงินคาดเขียว ทะเบียน 7กว 4074 กรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหาย ล้อแม็กซ์หลังแตก

นอกจากนี้ยังพบมีผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้ขับขี่ จยย.คันดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายวีรพล สาแช อายุ 23 ปี มีบาดแผลหลายแห่งตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.ธนบุรี 2

ขณะเดียวกัน นายยศ วรโชติวงษ์ อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่ขับรถมุ่งหน้าไปที่ศูนย์การค้าพาซิโอ ริมถนนกาญจนาภิเษก และกำลังเลี้ยวซ้ายที่หน้าสมาคมชาวปักษ์ใต้ ขณะจอดรอเห็นจยย.ขับมาด้วยความเร็ว และมีรถตู้ขับชนท้ายรถจยย.คันดังกล่าว เข้าอย่างจัง ลักษณะเหมือนมีเจตนาไล่ชน ก่อนที่รถตู้จะขับหลบหนีไปโดยไม่มีการจอดลงมาดู ด้วยความตกใจจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

ต่อมาญาติพี่น้องผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ทราบข่าวเดินทางมาดูที่เกิดเหตุ ต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

สอบสวนนายทวีทรัพย์ มั่นกิจ อายุ 37 ปี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุคนขับรถตู้คันที่ก่อเหตุ ซึ่งเป็นรถรับส่งนักเรียน ขับรถมาจอดหน้าอพาร์ตเมนต์ “อลงกร” ในซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 4 ก่อนจะลงมาจากรถด้วยอาการ มึนเมา และตะโกนเรียกหาคนที่ชื่อ “ไอ้ยม”

ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครรู้จักคนชื่อนี้ ตนจึงบอกว่าไม่มีคนชื่อนี้อยู่บนตึก ผู้ต้องหาขับรถเข้าไปในซอยเพื่อกลับรถแต่เกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านแถวนั้นโดยไม่ได้ ลงมาดู หลังจากไปกลับรถในซอยออกมาก็มาชนจักรยานยนต์คันเดิมซ้ำ

ชาวบ้านจึงนำม้านั่งหินอ่อนมาขวางกลางถนนเพื่อให้จอดรถลงมาคุย แต่คนขับกลับขับรถชนม้านั่งหักกระจาย และขับรถออกไปประมาณ 50 เมตร ก่อนจะหยุดและขับรถ ถอยหลังมาชนรถเบนซ์ที่จอดอยู่ข้างทาง พังเสียหาย 2 คัน จากนั้นก็ได้ขับรถตู้ออกไปทันที

ส่วนผู้ตายและผู้บาดเจ็บเป็นวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงขับรถจยย.ตามออกมาหลังจากนั้น ก็มารู้อีกทีว่าถูกรถตู้ชนนายฐิติศักดิ์ และนายวีรพล บาดเจ็บและเสียชีวิต

นายทวีทรัพย์เปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ก็สอบถามกับผู้ที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ ทราบว่า คนขับรถตู้คันดังกล่าว คือ นายวรท ชูสังข์ อายุ 36 ปี ขับรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮพ 3279 กทม. อาชีพขับรถรับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านตลิ่งชัน

โดยเจ้าตัวมาตามหาแฟนสาว ที่พักอาศัยอยู่กับแม่ภายในอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว โดยแฟนสาวได้หนีมาอยู่กับแม่เมื่อช่วงหัวค่ำ เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย เพราะหึงหวงกลัวว่าแฟนสาวจะไปมีคนอื่น โดยหลังจากเกิดเหตุ นายวรทได้โทร.มาหาแม่แฟนสาว พร้อมทั้งตัดพ้อขอเลิกกับแฟนสาวและบอกว่าตนเองขับรถชนคนตาย

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ประเสริฐ พรมจันทร์ รองผกก. (สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายจับ นายวรท ในข้อหา “เจตนาฆ่าผู้อื่น และพยายามฆ่าผู้อื่น” เนื่องจากการสอบปากคำพยานในจุดเกิดเหตุพบว่ามีเจตนาชัดเจน ไม่ใช่เป็นการขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนจะมีข้อหาอื่นๆ ต้องรอนำตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง แต่เบื้องต้น คดีขับรถชนรถยนต์และรถจยย. เหตุเกิดในซอย ทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 4 อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับ สน.ศาลาแดง เจ้าของพื้นที่

ขณะเดียวกันพ.ต.ท.สิทธิกร วัชระทิพากร รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน ก็นำกำลังฝ่ายสืบสวน เข้าตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 412 ซ.ทองชูสังข์ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักนายวรท ที่บริเวณลานจอดรถพบรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ทะเบียน ฮพ 3279 กทม. มีสติ๊กเกอร์ติดที่กระจกหน้าว่ารถโรงเรียน สภาพด้านหน้าและด้านหลังพังเสียหายจากการชน แต่ไม่พบตัวนายวรท

ส่วนภรรยาของนายวรทเปิดเผยว่า แต่งงาน อยู่กินกับนายวรทมานานกว่า 15 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวนายวรทเป็นคนพูดจาดีมีสัมมาคารวะไม่เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าว แต่มาช่วง 2-3 ปีหลังเริ่มมีการทะเลาะและเริ่มลงมือทำร้ายร่างกายตนหลายครั้ง

ล่าสุดมีการทะเลาะกันในช่วงเย็นวันที่ 10 พ.ค. โดยนายวรทไล่ตนออกจากบ้าน จึงตัดสินใจหนีมาอยู่กับมารดาเพื่อรอให้สามีใจเย็นเสียก่อน ไม่คิดว่าสามีจะมาก่อเหตุ ดังกล่าว “หากเขายอมมอบตัวและใจเย็นลง และสัญญาว่าจะไม่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันอีก ก็พร้อมจะให้อภัยและพร้อมกลับไปอยู่กินด้วยเหมือนเดิม” ภรรยาผู้ต้องหากล่าว

ไม่ได้ชั่วโดยสันดาน แต่เพราะอารมณ์ชั่ววูบ รีบเข้ามอบตัว ยอมรับชดใช้ความผิด ที่ทำลงไป ยังพอได้รับการให้อภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน