สดจากสนามข่าว
สุรชัย พิรักษา, เรืองรุจ วังแจ่ม, นพรัตน์ คุ้มศรี, พิชัย ศรีรุ่งเรือง, ภัทรพล แก้วสกุณี – เรื่อง/ภาพ

สิบโมงครึ่งวันที่ 15 พ.ค. ที่ บก.ภ.จว.ปทุมธานี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ. อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.สมิทธิ สารอด ผกก.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.เหมรัศมิ์ พรนาคสอนโกษา รอง ผกก.สส., พ.ต.ต.ธรณินทร์ พุ่มสุวรรณ สว.สส.
ร่วมกันแถลงจับกุม ร.ต.อ.เฉลิมชัย สุติบุตร รอง.สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2 ช่วยราชการกก.สส.บก.น.6 ซึ่งเป็น ผู้ต้องหาร่วมกันปล้นทรัพย์ พร้อมของกลาง รถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน กง 1932 บุรีรัมย์, ป้ายทะเบียนรถหมายเลข ญร 18 กรุงเทพมหานคร, ป้ายทะเบียนรถหมายเลข กธ 1333 ขอนแก่น, ป้ายทะเบียนรถหมายเลข กง 6860 สกลนคร และวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง หลังก่อเหตุร่วมกันกับพวกอีก 6 คน ปล้นทรัพย์ผู้เสียหายรวม 4 ราย
ย้อนไปเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 28 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มคนร้าย 7 คน ปล้นทรัพย์ผู้เสียหายรวม 4 ราย ที่บ้านเลขที่ 50/162 หมู่บ้านพฤกษา 57 หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่าประมาณ 147,500 บาท
เหยื่อแก๊งปล้นให้การว่า ขณะนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านพัก คนร้ายเป็นชายจำนวน 7 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ถืออาวุธปืนเข้ามาภายในบ้าน อ้างว่าต้องการตรวจค้นยาเสพติด ก่อนใช้อาวุธปืนจี้บังคับทั้งหมดขังไว้ในห้องน้ำ จากนั้นลงมือรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน
กลุ่มคนร้ายแจ้งผู้เสียหายว่าพบยาไอซ์ภายในบ้าน จำนวน 1 ถุง และจากนั้นได้บังคับพา ผู้เสียหายขับรถออกไปข้างนอก และเจรจาเพื่อ เรียกเงิน ผู้เสียหายได้มอบสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท และเงินสด จำนวน 40,000 บาท ให้กับกลุ่มคนร้ายไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.40 น. จึงยอมปล่อยตัวมา

หลังเกิดเหตุตร.ระดมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมหลักฐานต่างๆ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิมชัย สุติบุตร ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง, นายพรศักดิ์ หรือ หนึ่ง เสาวพงษ์, นายประสิทธิ์ หรืออุ๋ย อ่องเอี่ยม, นายประทาน หรือต้น ศรีจันทร์, ด.ต.สมบัติ สนั่นเอื้อ, ด.ต.ธีระยุทธ จันทร์มี และ นายพรพิชัย เจริญสุข จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับ
ตำรวจระดมทีมติดตามไล่ล่าเต็มกำลังเพียง วันเดียวนายพรศักดิ์ ก็ถูกจับกุมตัวได้เป็นรายแรก ก่อนที่นายประสิทธิ์ จะถูกพบเป็นศพในท้องที่ สภ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เมื่อ 2 พ.ค. ตามมาด้วยนายประทานที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 พ.ค.
แล้วก็ถึงคิวของหัวหน้าแก๊ง เมื่อพลาดท่าติดต่อ ลูกน้องให้นำสร้อยทองที่ได้มาไปขายและโอนเงินมาให้เป็นทุนหนี ทำให้ตร.แกะรอยจนทราบว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งกลางเมืองนางรอง
วันที่ 14 พ.ค. พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ประสานกับ พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ วางแผนการจับกุม แต่ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิมชัยขับรถกระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน กง 1932 บุรีรัมย์ หลังรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกมาจากรีสอร์ตดังกล่าวเสียก่อน

ชุดสืบสวนไล่ล่าติดตามจนมาพบรถคันดังกล่าวขับอยู่บนถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ แต่ก่อนจะถึง ต.บ้านสิงห์ อ.นางรอง คาดว่าผู้ต้องหารู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสกัดจับ จึงกลับรถขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้า อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ก่อนเกิดการไล่ล่ากระชั้นชิด กระทั่งถึงบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อ.นางรอง
ตำรวจตัดสินใจยิงล้อรถกระบะจนจอดแน่นิ่ง ตรวจสอบภายในรถพบ ร.ต.อ.เฉลิมชัย ขับมาคนเดียว จึงควบคุมตัวโดยเจ้าตัวไม่ได้ขัดขืน ตรวจสอบหลังกระบะรถมีแผ่นป้ายทะเบียน อีก 2 แผ่น ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าขโมยมาจากรถอุบัติเหตุซึ่งจอดอยู่ที่ สภ.นางรอง เมื่อ 5-6 วันที่แล้ว โดยเอาไว้เปลี่ยนเพื่อใช้หลบหนี
ตัดกลับมาที่การแถลงจับกุม พล.ต.ท. สุวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ร.ต.อ. เฉลิมชัยรับสารภาพโดยอ้างว่า หลังจาก ก่อเหตุปล้นทรัพย์แล้ว ได้หลบหนีไปกับนายประสิทธิ์ โดยไปขอความช่วยเหลือ จากร.ต.ท.ละยู สูนน่วม พ่อตาที่เป็นตำรวจเกษียณราชการ
จากนั้นได้วางแผนร่วมกับญาติอีกคนขับรถอีแต๋นพานายประสิทธิ์เข้าไปในป่ารกร้าง และฆ่าอำพรางศพเพื่อปิดปาก จากนั้นได้นำปืนไปฝังไว้แล้วแยกย้ายกัน หลบหนี
“ต่อมาตำรวจ สภ.ไพศาลี ได้จับกุม ร.ต.ท.ละยู พร้อมญาติที่ร่วมกันก่อเหตุไว้ได้ แต่ยังให้การปฏิเสธ ส่วน ร.ต.อ. เฉลิมชัยได้หลบหนีมาหาพรรคพวกที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เปลี่ยนรถหลายคันและใส่ทะเบียนปลอมตลอดเวลาเพื่อตบตาแต่สุดท้ายก็ไม่รอด สำหรับ ผู้ต้องหาอีก 3 คน คือ ด.ต.สมบัติ, ด.ต. ธีรยุทธ และนายพรพิชัย อยู่ระหว่างหลบหนีไปที่ประเทศกัมพูชา พบว่าทั้ง 3 คน เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศก่อนจะถูกออกหมายจับเพียงวันเดียว ขณะนี้ได้ประสานตำรวจกัมพูชาให้ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว” พล.ต.ท.สุวัฒน์กล่าว
เมื่อเลือกจะเดินสายโจร ก็มีแต่คุกเท่านั้นที่รออยู่