สดจากสนามข่าว

สุรัตน์ สรรพคุณ – เรื่อง/ภาพ

ความปลอดภัยในการโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ มาตรการมากมายถูกออกมาเพื่อจุดประสงค์เดียว คือไม่ต้องการให้เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ถึงมาตรการจะรัดกุมเพียงใด หากผู้ปฏิบัติไม่ตระหนักถึงและตั้งอยู่บนความประมาทแล้วไซร้ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความสูญเสียไปได้

ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 10 พ.ย. เมื่อ ร.ต.อ.เสมา เลี่ยนชอบ รอง สว.สอบสวน สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุมีคนตกเรือโดยสาร ก่อนจมน้ำหายไปภายในคลองแสนแสบ เหตุเกิดบริเวณท่าเรือนานาชาติ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

หลังรับแจ้งจึงเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน. มักกะสัน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและกำลังชุดประดาน้ำของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นโป๊ะท่าเรือแบบยึดเสาเข็มลงไปในน้ำ มีระดับน้ำลึกประมาณ 4 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมนักประดาน้ำ 4 คน ลงดำงมหาร่างผู้ที่สูญหายใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ห่างจากท่าเรือไปประมาณ 50 เมตร สภาพศพสวมเสื้อโปโลแขนสั้น สีขาวปกคอเสื้อสีส้ม กางเกงสแล็กส์ขายาว สีกรมท่า ไม่สวมรองเท้า จึงนำศพขึ้นจากน้ำมาตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผล คาดว่าเสียชีวิตจากการจมน้ำ
2
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ ผู้เสียชีวิตคือนายธีรพงษ์ ศิลาฤทธิ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/260 ม.2 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เป็นพนักงานขับรถบริษัทฮาน่าทัวร์ ย่านอโศก

เมื่อนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณท่าเรือมาตรวจสอบพบว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. พบมีเรือโดยสาร 1 ลำ กำลังขับมาเทียบที่ท่าเรือดังกล่าว ระหว่างเรือกำลังจะเทียบท่าแต่ยังจอดไม่สนิท มีผู้โดยสารกระโดดขึ้นจากเรือมาก่อน 1 คน หลังจากนั้นผู้ตายกระโดดตามมา แต่เกิดเสียหลักพลัดตกลงไปในน้ำ หลังจากนั้นเรือโดยสารรีบหักหางเสือเรือให้ท้ายเบนออกห่างจากท่าเรือ

นายออมสินเปิดเผยว่า ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดพบว่าเรือลำดังกล่าวขับมาจากท่าเรืออโศกมุ่งหน้าท่าเรือนานาเหนือ แต่เมื่อมาถึงท่าเรือที่เกิดเหตุขณะที่เรือกำลังจะจอดเทียบท่า แต่ยังจอดไม่สนิท ผู้ตายก้าวลงจากเรือ แต่อาจจะเกิดเสียหลักทำให้ตกลงไป กระทรวงได้เรียกบริษัทเดินเรือเข้ามาคุยถึงระเบียบการเดินเรือก่อนหน้านี้ ว่าจะต้องจอดเรือให้สนิทก่อนจึงจะปล่อยให้ผู้โดยสารลงได้ ไม่ว่าผู้โดยสารจะมีมากหรือน้อย

ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่ใช้บริการ ให้ระมัดระวังหากเรือเทียบท่าไม่สนิทก็ยังไม่ควรรีบขึ้นจากเรือเพื่อความปลอดภัย ส่วนกรณีนี้ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนว่าสาเหตุที่ผู้เสียชีวิตตกลงไปเป็นเพราะเหตุใด พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนให้รู้ผลภายใน 1 สัปดาห์ เบื้องต้นเรือแสนแสบยินดีที่จะจ่ายเงินค่าประกันชีวิตจำนวน 1 แสนบาทให้ทายาทผู้เสียชีวิต

ขณะที่พ.ต.อ.ฤทธีเปิดเผยว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช ร.พ. ตำรวจ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต โดยคาดว่าจังหวะที่ผู้ตายกระโดดขึ้นฝั่งและพลัดตกเรือ ศีรษะอาจกระแทกขอบเรือและหมดสติแล้วจมน้ำเสียชีวิต จะต้องเรียกคนขับเรือและพนักงานประจำเรือของบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด มาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ สน.มักกะสัน นายวิเชียร ธรรมเสมอ อายุ 38 ปี ผู้ขับเรือลำเกิดเหตุ พร้อมนายพรชัย แซ่ย่าง อายุ 35 ปี กระเป๋าเรือเดินทางเข้าให้ปากคำ โดยนายพรชัยกล่าวว่า เรือออกจากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เวลา 05.30 น. ก่อนจะมาถึงท่าดังกล่าวประมาณ 06.00 น. ขณะเกิดเหตุนั้นตนกำลังจะนำเชือกไปคล้องเสาเพื่อนำเรือเทียบท่า แต่มีผู้โดยสารคนแรกกระโดดบังเสาดังกล่าว จึงคล้องเชือกไม่ได้ ก่อนจะตะโกนบอกว่าใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกระโดด รอให้เรือจอดก่อน

ระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตก็กระโดดตามผู้โดยสารคนแรก แต่ก้าวพลาดทำให้ตกลงไปในน้ำ ตนรีบตะโกนบอกนายวิเชียร คนขับเรือ ว่ามีคนตกน้ำ ให้รีบนำหางเสือออกโดยเร็ว เนื่องจากที่หางเสือมีใบพัด เกรงว่า จะไปฟันถูกผู้ที่ตกน้ำ ตอนนั้นเหตุการณ์ชุลมุนมาก เพราะผู้โดยสารในเรือก็ต่างลุกฮือ และพยายามชะโงกลงดูในน้ำ ตนต้องบอกให้ใจเย็นๆ และนั่งลงก่อน จากนั้นจึงรีบโทรศัพท์หาที่บริษัท เพื่อแจ้งเหตุการณ์ และให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยคนที่ตกน้ำ

จอดเรือดูอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณกว่า 30 นาที แต่ไม่เห็นผู้เสียชีวิตโผล่ขึ้นมา ขณะเดียวกันผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็ขอให้ไปส่งตามท่าที่เหลือ เนื่องจากต้องไปทำงาน พวกผมจึงขับเรือไปจอดตามท่าต่างๆ ตามหน้าที่ กระทั่งเมื่อเสร็จก็กลับไปยังบริษัท ก่อนจะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

“ผมเสียใจ รู้สึกผิดมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมทำงานที่นี่มา 5 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ผมก็พยายามตะโกนบอกพวกเขาแล้ว แต่ไม่มีใครฟังผมเลย สำหรับผู้เสียชีวิตนั้น ผมเคยเจอเขาหลายครั้ง เพราะเขามักจะขึ้นเรือเที่ยวแรกเป็นประจำ เมื่อวานเช้าก็ยังเจอ เก็บเงินก็จำเขาได้ พอเกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็รู้สึกไม่ดี เหมือนกับเขามากับเรา แต่เราก็ต้องมาเห็นเขาตายไปแบบนี้” นาย พรชัยกล่าว

ด้าน นายเชาวลิต เมธยะประภาส อายุ 64 ปี เจ้าของบริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) กล่าวว่า เบื้องต้นทางบริษัทจะดูแลรับผิดชอบเรื่องการทำศพ ทั้งนี้ต้องรอทางญาติของผู้เสียชีวิตประสานมาทางบริษัท ส่วนทางด้านเรือนั้นมีประกันภัยอยู่แล้ว ก็จะต้องให้ทางประกันมาดูแลอีกครั้ง ส่วนในทางคดีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวนดำเนินการไป

เบื้องต้นตำรวจยังไม่แจ้งข้อหากับผู้ขับขี่เรือ เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน ที่จะสรุปว่าจะเป็นความประมาทของฝ่ายใด จึงจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ ให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ให้บริการ ต้องไม่ตั้งอยู่บนความประมาท เพราะไม่ว่าความประมาทของฝ่ายใด ก็ล้วนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งนั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน