สดจากสนามข่าว

พีระพล จันฝาก – สุรชัย ส้มเกลี้ยง

เรื่อง/ภาพ

ต้นกระท่อมเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมไทย สมัยโบราณกระท่อมเป็น พืชที่ใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้ท้องเสีย เช่น ตำรับยาประสะกระท่อม สารสำคัญที่พบในใบกระท่อมคือ ไมทราไจนีน เป็นสารจำพวกอัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์ กดประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้นานและทนมากขึ้น และทนต่อความร้อนมากขึ้น

สมัยก่อนคนมักปลูกกระท่อมติดไว้ตามบ้าน พอจะออกไปทำไร่ทำนาก็จะเคี้ยวใบสดของกระท่อม เพื่อให้ทำงาน สู้แดดได้ไม่เหนื่อยล้า แต่ปัจจุบันใบกระท่อมถูกดัดแปลงมาทดแทนยา เสพติด หรือบางพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้ คนชอบนำใบกระท่อมมาต้มดื่มน้ำต้มใบกระท่อม หรือนำมาผสมกับยาแก้ไอ หรือสารตัวอื่นๆ แล้วแต่จะคิดกัน เป็น ยาเสพติดที่เรียกว่า ?สี่คูณร้อย? ทำ ให้ใบกระท่อมถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5

เมื่อเป็นที่ต้องการ ซ้ำยังเป็นของผิดกฎหมาย ต้นกระท่อมที่ลักลอบปลูกแซมไว้ตามสวนยางหรือสวนผลไม้ หากไม่เฝ้าดูแลให้ดีมักถูกโจรขโมยลักลอบตัดใบหายไปจำนวนมาก พยายามงัดทุกวิธีหวังป้องกันต้นกระท่อมสุดหวง หลายคนถึงกับล้อมรั้วไฟฟ้ารอบๆ ต้น โดยไม่สนใจเลยว่าใครจะได้รับอันตรายหากพลัดมาโดนเข้า ข่าวคนถูกไฟดูดตาย ใต้ต้นกระท่อมจึงเป็นข่าวที่เกิดให้เห็น กันอยู่เนืองๆ ล่าสุดเพียงแค่ไม่ถึงสัปดาห์ เกิดเหตุขึ้นถึง 2 ครั้ง คราวนี้มีผู้เสียชีวิต ถึง 4 ราย
3
รายแรกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ร.ต.ท.ชนวีร์ ชุมจุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง รับแจ้งพบศพชายเสียชีวิตอยู่บริเวณคูน้ำ ภายในสวนปาล์ม ริมถนนลูกรังบ้านบ่อหลวง หมู่ 2 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จึงประสาน แพทย์เวร ร.พ.ย่านตาขาว ตำรวจ พฐ.จว.ตรัง รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภวัต ประชาญสิทธิ์ ผกก.สภ.ย่านตาขาว พ.ต.ท.พูนศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.ป. ตำรวจชุดสืบสวน และหน่วยกู้ภัยย่านตาขาว

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนตรัง-ปะเหลียน เข้าไปประมาณ 500 เมตร พบศพชายสภาพนอนตะแคง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงวอร์ม ขายาวสีดำ บริเวณข้อมือขวามีบาดแผลพุพองเป็นรอยไหม้ดำ ในกระเป๋ากางเกงพบใบกระท่อม 5 ใบอยู่ในถุงพลาสติก โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ห่อยาเส้นใบจาก และกุญแจรถจักรยานยนต์ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่า เสียชีวิตมาแล้ว 48 ชั่วโมง

จากการสอบสวนทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายพงศ์สยาม ดีเบา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/4 หมู่ 1 บ้านทุ่งไหม้ ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง สอบสวนญาติผู้ตายให้การว่า นายพงศ์สยามมีอาชีพรับจ้างขนไม้ยางพารา โดยหายออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 7 พ.ย. โดยไม่ได้บอกว่าจะไปไหน เมื่อทางบ้านเห็นหายไปและติดต่อมือถือไม่ได้เลย ช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งมาพบศพอยู่ในคูน้ำภายใน สวนปาล์ม

ญาติผู้ตายยังให้การอีกว่า ที่ผ่านมาผู้ตายชอบดื่มน้ำต้ม ใบกระท่อมเป็นประจำทุกวัน ปีที่แล้วเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นลวงไปทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โดยกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุอ้างว่าผู้ตาย ไปขโมยใบกระท่อมในสวน ซึ่งขณะนี้คดีความก็ยังอยู่ใน ชั้นศาล

เจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบจนพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดทิ้งอยู่ในสวนยางพารา ห่างจากที่เกิดเหตุพบศพประมาณ 5 กิโลเมตร เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายไปขโมยใบกระท่อมจนถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต ก่อนถูกนำศพมาทิ้งในคูน้ำอำพรางคดี แต่ยังไม่ตัดประเด็นการถูกฆาตกรรมทิ้ง ซึ่งจะได้เร่งสอบสวนหาเบาะแสติดตามผู้ที่นำศพมาทิ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่อีกเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 14 พ.ย. พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ รัตนภัณฑ์ สว.(สอบสวน) สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุคนถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต 3 ราย ที่บ้านพรุกระแชง หมู่ 1 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี
1
ที่เกิดเหตุเป็นสวนผลไม้ อยู่บริเวณหลังบ้านของนายสมพร เดชบุรี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 1 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่าได้มีการลอบปลูกต้นกระท่อม อายุกว่า 5 ปี ประมาณ 10 ต้น แซมในสวน ผลไม้ ที่ห่างจากตัวบ้านเพียง 100 เมตร พร้อมทำบันไดลิงสำหรับเก็บใบกระท่อมเอาไว้ด้วย

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบมีดพร้า 1 เล่ม อยู่บนพื้นหญ้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ขณะที่ศพผู้เสียชีวิต 3 รายนอนกระจัดกระจายอยู่รอบๆ ต้นกระท่อม สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายธนกฤต เพชรสวัสดิ์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 1 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ ธานี รายที่ 2 นายดำรัส สุดสิ้น อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 16 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี และ รายที่ 3 เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ทั้ง 3 รายมีแผลไฟไหม้ตามร่างกาย บางรายเสื้อผ้าหลุดขาด

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า สวนดังกล่าวมีการลักลอบปลูกต้นกระท่อมแซมไว้ในสวนผลไม้หลังบ้าน และได้มีการป้องกันการลักขโมยด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า ที่ต่อออกมาจากภายในบ้านขนาด 220 โวลต์ คาดว่าในช่วงเวลากลางคืน ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนลอบเข้ามาภายในสวนและใช้มีดพร้าฟันไปถูกสายไฟฟ้าที่พาดอยู่จนถูกชอร์ต ประกอบกับพื้นมีน้ำเจิ่งนองจากฝนที่ตกลงมา ทำให้ทั้งสามคนถูกไฟดูดเสียชีวิตทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับนายสมพร เจ้าของบ้านที่ต่อสายไฟฟ้าล้อมต้นกระท่อม จนทำ ให้เกิดเหตุไฟดูดคนเสียชีวิตดังกล่าว ในความผิดหนักทั้ง “ฆ่าผู้อื่น และมียา เสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน