สดจากสนามข่าว : ย้อน2เหตุสยอง ‘รักต้องฆ่า’ จ่อยิงสาวราชภัฏ-ฆ่าตัวตาม อีกรายง้อแฟนไม่สนถึงตาย

วันชัย พูลเพิ่มพันธ์ – ยุวนิต สังวาลพานิช – อดิศร จิตตเสวี – เรื่อง/ภาพ

เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ความเห็นแก่ตัวผสมกับอารมณ์ชั่ววูบ จึงกลายเป็น “รักต้องฆ่า”

เมื่อสิบโมงครึ่ง วันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ รอง ผบก. พ.ต.อ.สุธี พรมมาลี ผกก.สภ.พุทธมณฑล พ.ต.ท.กิตติ์ธิพณ อุดมศิริพัชร สว.สอบสวน สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นำกำลังร่วมตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมถนนปากทางเข้าหมู่บ้านสหพร ถนนศาลายา-นครชัยศรี ต.ศาลายา

ที่เกิดเหตุพบศพน.ส.ณัจฉรีญา ทาประจิตร หรือน้องอุ้ม อายุ 21 ปี ชาว อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นักศึกษาคณะโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขาธุรกิจพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดนครปฐม สวมเสื้อยืดโปโลสีชมพู นุ่งกระโปรงพลีต นักศึกษา นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่หน้าอกขวา กระสุนฝังใน ข้างศพพบปืนลูกโม่ขนาดเดียวกันเปื้อนเลือดตกอยู่

ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นมือปืนทราบชื่อคือนายภัคพงษ์ จิตตารมย์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ระยอง หลังจ่อยิงน.ส.ณัจฉรีญาจนเสียชีวิต ก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงปลายคางตัวเอง หวังฆ่าตัวตายตาม หลังเกิดเหตุถูกนำตัวส่งรักษาที่ร.พ.พุทธมณฑล ก่อนส่งต่อที่ร.พ.ศูนย์นครปฐม แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทราบว่า นายภัคพงษ์และน.ส.ณัจฉรีญา เคยคบหากัน 4-5 ปี ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง หลังฝ่ายหญิงย้ายที่อยู่มาที่ จ.ระยอง ขณะที่นายภัคพงษ์ขณะนั้นเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิค สาขาคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง จ.ระยอง ด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์ จนกระทั่ง น.ส.ณัจฉรีญา เข้ามหาวิทยาลัยใน จ.นครปฐม นายภัคพงษ์ยังไปมาหาสู่อยู่บ่อยครั้ง

ล่าสุดเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายจับได้ว่านายภัคพงษ์คบหญิงอื่นด้วย จึงพยายามตีตัวออกห่างและขอเลิก แต่นายภัคพงษ์ไม่ยอมจนมีปากเสียงกัน ช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมานายภัคพงษ์ขับรถมาหาผู้ตาย และทำร้ายร่างกายโดยซ้อมทุบตีจนหน้าตาบวมปูด

ก่อนเกิดเหตุน.ส.ณัจฉรีญาและเพื่อนกำลังเดินไปขึ้นรถที่ปากซอยเพื่อไปเรียน นายภัคพงษ์ผู้ก่อเหตุขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ปว 8879 ระยอง มาดักรออยู่กลางทางแล้วพยายามของ้อคืนดี

แต่ผู้ตายไม่ยอมฟังเอาแต่เดินหนี ทำให้นายภัคพงษ์โมโหชักอาวุธปืนที่ถือเตรียมไว้ยิงใส่ทันทีจนเสียชีวิต


ส่วนนายภัคพงษ์เดินไปข้างผู้ตาย นอนกอด แล้วใช้อาวุธปืนหันกระบอกจ่อคางยิงใส่ตัวเองหวังตายตามดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเพื่อนของน.ส.ณัจฉรีญา รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่จับภาพวินาทีก่อเหตุไว้ได้

ด้านนายประทวน ทาประจิตร อายุ 43 ปี และนางจิรภิญญา ทาประจิตร อายุ 42 ปี พ่อแม่ น.ส.ณัจฉรีญา พร้อมญาติๆ เดินทางจาก จ.ระยอง มาติดต่อขอรับศพลูกสาวที่นิติเวช ร.พ.ศิริราช เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์

โดยนางจิรภิญญาอยู่ในอาการเศร้าโศก ทำใจไม่ได้กับความสูญเสียลูกสาว ที่ต้องมาจบชีวิตลงทั้งที่เหลืออีกเพียง 2 เดือนก็จะเรียนจบอยู่แล้ว โดยเจ้าตัวไม่ขอพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากฝ่ายชายก็เสียชีวิตเช่นกัน จึงไม่อยากจองเวรจองกรรมต่อกัน

ส่วนอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียวกัน โดย พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี รอง ผกก.สอบสวน สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันกลางตลาดใหม่มีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าร้านขายเสื้อผ้าชื่อหมูทอง เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือดจำนวนมาก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 3 ปลอก

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ น.ส.เอิน (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาวจ.อุทัยธานี ลูกจ้างร้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 2 นัด และนายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปีเท่ากัน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่หน้าอก ทั้งคู่อาการสาหัส ผู้ประสบเหตุรีบพาส่งรักษาที่ร.พ.นวมินทร์ ไปก่อนหน้าแล้ว

เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน เป็นคู่รักกัน โดยฝ่ายชายไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งเปลี่ยนงานไปเรื่อย กระทั่งเมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้เลิกรากัน โดยฝ่ายหญิงเล่าให้เพื่อนข้างร้านฟังว่าทนไม่ไหวที่ฝ่ายชายชอบทำร้ายร่างกาย แต่อีกฝ่ายยังพยายามตามมาง้อขอคืนดี

ก่อนเกิดเหตุน.ส.เอกำลังเปิดร้านขายเสื้อตามปกติ ขณะที่นายบีมาดักขอปรับความเข้าใจอีกครั้ง แต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ฝ่ายชายจึงชักอาวุธปืนที่พกมาจ่อยิงฝ่ายหญิงจนล้มฟุบจมกองเลือด ก่อนหันปืนกระบอกเดียวกันยิงเข้าอกตัวเอง

ล่าสุดหลังรับตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองแพทย์รีบนำเข้าห้องผ่าตัดช่วย ยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายน.ส.เอิน ก็เสียชีวิต ส่วนหนุ่มวัย 18 ปี ผู้ก่อเหตุอาการยังทรงตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

จะด้วยเหตุผลใดที่ทำให้ความรักต้องปิดฉากลงด้วยคดีพิศวาสฆาตกรรม เป็นเรื่องยากที่จะหยั่งรู้