สดจากสนามข่าว : ย้อนคดีล่าจับโจรสวมแมสก์ พกปืนบุกเดี่ยวปล้นแบงก์ เนียนกดบัตรคิว-รอลงมือ

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์ – อดิศร จิตตเสวี – สมศักดิ์ ชฎารัตน์ – เรื่อง/ภาพ

“อย่าขยับ” เสียงพูดเบาๆ จากปากของโจรหนุ่ม ที่พูดกับเจ้าหน้าที่ประจำธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากาญจนาภิเษก (บางแวก) แม้น้ำเสียงจะไม่ได้ดุดันน่ากลัว แต่เป็นอาวุธปืนในมือที่ช่วยให้ทั้งพนักงานสาวและลูกค้าที่นั่งอยู่ พากันตัวแข็งไม่กล้าขัดขวาง

โจรหนุ่มลงมือเพียงไม่ถึงนาที ก็หอบเงินสดร่วม 3 แสนเดินออกไปจากธนาคาร ชนิดที่ว่าคนที่อยู่กันเต็มแบงก์ไม่รู้เลยว่าได้รับเกียรติให้มีส่วนร่วมเป็นพยานในการปล้นเงียบครั้งนี้ 

เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 6 มิ.ย. พ.ต.ต.ธนกร พิมพ์ชัย สวป.สน.ศาลาแดง ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ภายในธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากาญจนาภิเษก (บางแวก) เลขที่ 24/3 หมู่ที่ 9 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พิรัตน์ นาสมวาส, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน, พ.ต.อ. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก.สน.ศาลาแดง พ.ต.ท.ปณิธิ ชาอุ่น รองผกก.สส. เจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวนและพฐ.

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก(ฝั่งขาเข้า) พนักงานธนาคารที่ยังอยู่ในอาการตกใจให้การว่า มีชายสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าหนัง สะพายกระเป๋าเอกสาร สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ส่วนสูงประมาณ 170 ซ.ม. เดินเข้ามาตามปกติก่อนกดรับบัตรคิวและเดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์พนักงานธุรกรรม

ก่อนชักอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ขึ้นมาจี้ข่มขู่พนักงานประจำเคาน์เตอร์ จากนั้นคนร้ายเดินอ้อมไปเปิดลิ้นชักหยิบเงินสด 343,100 บาท ก่อนจะวิ่งออกไปทางด้านซ้ายของธนาคารหลบหนีไป

พ.ต.อ.พิรัตน์สั่งให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งภายในธนาคารและบริเวณรอบๆ ก่อนได้เบาะแสเด็ด เมื่อพบว่ากล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณเต็นท์ขายรถข้างๆ ธนาคาร สามารถจับภาพใบหน้า รูปพรรณ พฤติกรรมและยานพาหนะของคนร้ายเอาไว้ได้อย่างชัดเจน 

เย็นวันเดียวกัน ที่สน.ศาลาแดง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ศาลาแดง บก.น.7 เพื่อเร่งรัดความคืบหน้าของคดี โดยเน้นไปในเรื่องเส้นทางหลบหนีของคนร้าย 


พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุนั้น ทำทีเข้ามานั่งตรงช่วงจุดบริการลูกค้าเหมือนเป็นการดูลาดเลาประมาณ 1 นาที ก่อนเดินออกไปนอกสถานที่ จากนั้นจึงกลับเข้ามาก่อเหตุโดยใช้เวลาเพียง 46 วินาที พร้อมทั้งพูดกับทางพนักงานเบาๆ เพียงแค่ 2 คำ คือ อย่าขยับ ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าธนาคารไม่รับรู้ว่ามีเหตุการณ์จี้ธนาคาร

อีกทั้งลักษณะของคนร้ายเหมือนกับวัยรุ่นใส่กางเกงขาเดฟ เดินขาไม่ปกติ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ชุดสืบสวนเร่งติดตามเบาะแสรถกระบะโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพื่อติดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี จนในที่สุดพบว่ารถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่บางแคคอนโดทาวน์ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จนพบว่าเป็นของนายกฤษฎา แก้วกูล หรืออ๊อด อายุ 33 ปี ชาว จ.พะเยา ที่พักอยู่ที่ห้องเลขที่ 1919 ก่อนจะติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมเงินสด 17,340 บาท 

8 มิ.ย. ที่สน.ศาลาแดง พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิรัตน์ นาสมวาส รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.ธีรชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก.สน.ศาลาแดง ร่วมกันควบคุมตัวนายกฤษฎา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ต.อนุรักษ์กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่านำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ โดยก่อนก่อเหตุขับรถมาดูลาดเลา ก่อนสบโอกาส ก่อเหตุ ใช้เวลาเพียง 45 วินาที ขับรถหลบหนีไปทางห้างเดอะมอลล์ สาขาบางแค เลี้ยวเข้าซอยราชมนตรี

ระหว่างทางทิ้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก่อเหตุในคลองบางจาก บริเวณซอยเพชรเกษม 68 ก่อนไปซ่อนตัวที่คอนโดฯ สำหรับอาวุธปืนนั้นสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต และไม่เคยใช้มาก่อน จากการตรวจสอบประวัติไม่พบคดีเกี่ยวกับยาเสพติด แต่มีประวัติคดีฉ้อโกง

ส่วนนายกฤษฎา ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อก่อนเป็นพ่อค้าขายโทรศัพท์มือถือ ที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางแค ต่อมาประสบปัญหาทางการเงิน จึงเลิกกิจการไปเกือบปี และทราบว่ามีผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านเพจเฟซบุ๊ก จึงติดต่อกู้เงินไปลงทุน แต่กิจการไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ไม่มีเงินชำระหนี้ 2 แสนกว่าบาท และถูกเจ้าหนี้เรียกตัวเองว่า ?อาบัง? ส่งคนมาข่มขู่ ติดตามถ่ายรูปบุคคลในครอบครัวที่อยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจก่อเหตุปล้นธนาคาร นำเงินไปใช้หนี้

พล.ต.ต.อนุรักษ์สั่งขยายผลติดตามเงินส่วนที่เหลือ รวมทั้งสาวให้ถึงผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำเงินไปใช้หนี้ รวมถึงผู้ที่ขายอาวุธปืนให้ เพื่อนำตัวมาลงโทษต่อไปด้วย