สดจากสนามข่าว : ตามปส.ลุยแก๊งแฝดทมิฬ บุกค้นบ้านยึดทรัพย์100ล. พฤติกรรมกร่าง-ขู่ผบ.คุก

สุรัตน์ สรรพคุณ – ธัญญลักษณ์ วรรณโคตร – เรื่อง/ภาพ

เช้ามืดวันที่ 13 มิ.ย. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปส. ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/6 ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดภาคกลาง โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้น 80 เป้าหมาย ในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ บช.น. บช.ภาค 1 บช.ภาค 2 บช.ภาค 5 และบช.ภาค 7

เป้าหมายสำคัญ คือเครือข่ายยาเสพติด ของนายชัยวุฒิ และนายศราวุฒิ หรือศุภชัย ธารีรักษ์ 2 พี่น้องฉายา ‘แก๊งแฝดทมิฬ’ ในพื้นที่จ.ลพบุรี

ผบช.ปส. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยว 5 หลัง ของเครือข่ายค้ายาเสพติดแก๊งแฝดทมิฬ ที่บ้านเลขที่ 9/250 ซึ่งเป็นบ้านของนาย ศราวุฒิหรือนายศุภชัย หรือ มิกซ์ คิสเนอร์ แฝดผู้พี่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงที่หน้าร้านเสริมสวย ริมถนนในจ.ลพบุรี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่าน ซึ่งตำรวจตั้งประเด็นการสืบสวนไว้ 3 ประเด็น คือ ขัดแย้งยาเสพติด ปัญหาส่วนตัว และฆ่าล้างแค้น

จากการตรวจค้นบ้านไม่พบภรรยาของนายศุภชัยในบ้านพัก รวมไปถึงนายชัยวุฒิ คิสเนอร์ หรือ แม็ค แฝดผู้น้อง และสมาชิกแก๊งราย อื่นด้วย แต่พบร่องรอยที่ระบุได้ว่า ทั้งหมดน่าจะไหวตัวหลบหนีออกจากบ้านไปเมื่อคืนที่ ผ่านมา ส่วนอีกหลังเป็นของนายพงศกร (ขอสงวนนามสกุล) ทำหน้าที่ธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายยาเสพติดของแฝดทมิฬ

พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า เชื่อว่าบ้านทั้ง 5 หลังเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด โดยใช้ชื่อญาติพี่น้องในการถือครองทรัพย์สินแทน จากการตรวจค้นบ้าน 1 ใน 5 หลัง พบมีการนำยาเสพติดมาบรรจุก่อนจะส่งเคอร์รี่ไปยังผู้รับ

ปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลมาจากการจับ ผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายณัฐพล ทองประเสริฐ และ นายศุภกิจ อินทบุตร์ พร้อมยาบ้ากว่า 2.3 แสนเม็ด ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2560 จากการ ตรวจสอบพบเป็นลูกน้องของนายศุภชัยและ นายชัยวุฒิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อความสั่งการทางเฟซบุ๊กจากนายศุภชัยและนายชัยวุฒิ

 


การตรวจสอบประวัติของคู่แฝดดังกล่าว ยังพบด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2553-2560 เคยถูกดำเนินคดีมาทั้งสิ้นคนละ 13 คดี เป็นคดี ครอบครองยาเสพติด จำหน่าย ยาเสพติด พยายามฆ่า และครอบครองอาวุธ ซึ่งล่าสุดได้ถูกตำรวจ ปส. ออกหมายจับในข้อหาสมคบและสนับสนุนกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

“นอกจากนี้ เรายังตรวจพบ อีกว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายศุภชัยและนายชัยวุฒิ ได้สั่งการให้นายณัฐพลและนายศุภกิจเดินทางไปรับยาเสพติด 1 แสนเม็ด ริมถนนลพบุรี-พระพุทธบาท ก่อนนำมาพักไว้ในบ้านพัก ที่อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เพื่อกระจายให้กับลูกค้าตามออร์เดอร์ จนกระทั่งมาถูกเราจับกุมได้พร้อมกับยาเสพติดที่เหลือในวันนี้ด้วย” พล.ต.ท.สมหมายกล่าว

ผบช.ปส.กล่าวเสริมว่า สำหรับพฤติกรรมของนายศุภชัยและนายชัยวุฒิ จะตั้งตัวเป็น กลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จากการติดตามใน เฟซบุ๊กส่วนตัว จะเห็นได้ว่ามีการโพสต์ข่มขู่ผู้อื่น มีการจ้างวานฆ่า หากทำสำเร็จ จะได้ค่าจ้าง 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังโพสต์รูปเงินสดจำนวนมากพร้อมกับทรัพย์สิน เช่น บ้าน รถ ต่างๆ มากมาย เพื่อให้เห็นถึงอิทธิพลที่มี เมื่อเครือข่ายถูกจับในเรือนจำ จ.สระบุรี นายศุภชัย และนายชัยวุฒิเคยนำพวงหรีดไปวางข่มขู่ ผู้บัญชาการเรือนจำและมีแผนที่จะชิงตัวผู้ต้องหาระหว่างการขออำนาจศาลฝากขัง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ตำรวจรู้ความเคลื่อนไหวก่อนนำกำลังมาเฝ้าสถานการณ์ แผนการชิงตัว ผู้ต้องหาจึงถูกล้มเลิก

ต่อมา 14.00 น. ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 จ.สระบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ร่วมกับพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติงาน พร้อมของกลาง ได้แก่ ยาบ้า 118,389 เม็ด, อาวุธปืน 3 กระบอก, กระสุน 237 นัด, รถยนต์ 37 คัน, รถจักรยานยนต์ 10 คัน, บ้านพร้อมที่ดิน 23 หลัง ทองรูปพรรณ มูลค่าประมาณ 1,185,400 บาท, เงินสด 1,424,680 บาท และอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 94,713,858 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า นายชัยวุฒิ และนายศุภชัย ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดจนร่ำรวยเกินฐานะ อ้างว่าเงินหรือทรัพย์สินมาจากการซื้อขายรถมือสอง “คิสเนอร์ คาร์เซ็นเตอร์” ทั้ง 2 คน เริ่มมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเมื่อปี 2553 เริ่มจากการเป็นเด็กส่งยา และผันตัวมาเป็นคนสั่งการจะดำเนินการและสั่งการชุดลำเลียงเอง

ขณะที่ต่อมานายพงศกรเข้ามอบตัว ที่สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งแฝดทมิฬ เพียงแค่อยู่หมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น โดยซื้อบ้านหลังดังกล่าวมาในราคา 4 ล้านบาท ผ่อนไปแล้ว 1 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการเพาะไก่ชนขาย แต่เจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่านายพงศกรสนิทสนมกับนายศุภชัยและนายชัยวุฒิ เพราะอยู่แก๊งบิ๊กไบก์เดียวกัน

นอกจากนั้นจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของนายพงศกร พบว่าข้อความแจ้งเข้ามาเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่าให้หนี จึงจำนนต่อหลักฐาน สุดท้ายยอมรับสารภาพ ว่าเป็นคนดูแลธุรกรรมการเงินของแก๊ง

งานนี้ผบช.ปส.เชื่อว่าน่าจะมีเกลือเป็นหนอน ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นตำรวจชั้นประทวน จึงสั่งให้สืบหาพยานหลักฐานเอาผิดให้ได้