สดจากสนามข่าว : นาทีตร.บุกจับ‘อีเสือสาว’ ควงปืนจี้ร้านทองที่อุดรฯ รับสิ้นหาเงินใช้หนี้พนัน

โจรขึ้นบ้านสิบครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว เพราะโจรปล้นไปได้แต่ทรัพย์สินเงินทอง หาไม่สามารถเอาบ้านของเราไปได้ แต่ไฟไหม้สามารถเผาพลาญทั้งบ้านและทรัพย์สินไปได้ในพริบตา แต่ไฟก็ไม่สามารถเอาที่ดินของเราไปได้

แต่หากตกเป็นทาสการพนัน ทั้งบ้าน ที่ดิน ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนถูกกลืนสูญหายไป โดยง่าย

เมื่อเย็นวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานวิทยุโรงพักหนองหาร จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งสัญญาณเตือนภัย ขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านทองธีรภัณฑ์ 4 หมู่ที่ 6 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จึงรีบรายงานให้ ร.ต.อ.อนันต์ เหมือนเพชร พนักงานสอบสวนเวร รับทราบ

หลังรับแจ้งเหตุร้าย ผู้กองอนันต์รีบรายงานต่อให้ พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก. สภ.หนองหาน รับทราบ ก่อนประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจ เดินทางไปตรวจสอบในทันที

ในที่เกิดเหตุพบเจ้าของร้านและพนักงานของร้าน รอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยอาการตกใจ โดยน.ส.พิทยา (สงวนนามสกุล) พนักงานของร้าน ให้การว่าถูกคนร้ายเป็นหญิงสาว อายุประมาณ 30 ปี สวมกางเกงวอร์ม สวมเสื้อแจ๊กเกตผ้าร่มสีดำ-ชมพู สวมหน้ากากอนามัยปิดหน้า

หญิงคนดังกล่าวเข้ามาในร้าน ก่อนขอดูสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท จึงนำสร้อยมาให้เลือก โดยคนร้ายยังขอดูสร้อยข้อมือ 2 บาทเพิ่มอีก ใช้เวลาเลือกทองอยู่ราวๆ 15 นาที ก่อนจะทำทีตกลงว่าจะซื้อข้อมือหนัก 1 บาท พร้อมกับคว้ากระเป๋าคล้ายกับจะเอาเงินมาจ่าย

น.ส.พิทยาเล่านาทีระทึกว่า แต่แทนที่จะเป็นธนบัตร สิ่งที่ติดมือออกมากลับกลายเป็นอาวุธปืนลูกโม่เงาวับแทน คนร้ายเอาปืนมาจี้ที่เอวและชิงทองจำนวน 5 บาท เป็นสร้อยข้อมือ จำนวน 3 เส้นหลบหนีไป

“ตอนนั้นหนูตกใจมาก เพราะคนร้ายชักเอาอาวุธปืนออกมาจากกระเป๋าที่สะพายอยู่ เอามาจี้จากนั้นได้หันปากกระบอกปืนไปที่เจ๊เจ้าของร้าน พร้อมกับบอกให้เจ๊ส่งทองหนัก 2 บาทให้ 2 เส้น และคนร้ายได้หยิบเอาสร้อย 1 บาท ที่จะซื้อไป และบอกว่าจะเอาเงินไปด้วย แต่เจ๊บอกว่าเพิ่งเอาเงินเข้าธนาคาร ไม่มีเงินสดเลย ก่อนจะบอกให้คนร้ายรีบหนีไป เพราะตำรวจกำลังมา ทำให้คนร้ายวิ่งหนีไปขึ้นรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยมีผู้หญิงอีกคนรออยู่ในรถพากันหลบหนีไป” น.ส.พิทยากล่าว

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านทอง พบว่าคนร้ายมีท่าทีที่ใจเย็นมาก รอจนกระทั่งลูกค้าออกไปจากร้านหมดก่อนจึงได้ก่อเหตุ อีกทั้งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.หนองหาน เพิ่งออกจากร้านทองเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น


พ.ต.อ.เชี่ยวชาญสั่งชุดสืบสวนพร้อมไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนและร้านค้าใกล้เคียง เพื่อจะได้ทราบใบหน้าที่ชัดเจนของคนร้ายตามเส้นทางหลบหนี พร้อมให้เจ้าหน้าที่วิทยาการจังหวัดเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี

คดีนี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ โดย พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ. จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ขจร อบทอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 นำกำลังชุดสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า และร่วมประชุมวางแนวทางสืบสวนติดตามตัวคนร้าย ร่วมกับชุดสืบสวนจังหวัดและสืบท้องที่

กระทั่งได้เบาะแสจากการแกะรอยคนร้ายตามกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ที่ตั้งร้านทอง พบว่าคนร้ายขับรถเก๋ง มุ่งหน้าไปทางถนนหนองหาน -พิบูลย์รักษ์ และเข้าสู่เขตอ.เพ็ญ ช่วงบริเวณสามแยกบ้านสุมเส้า จากนั้นก็ไม่พบเห็นรถของคนร้าย ชุดสืบสวนจึงมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ

ชุดสืบสวนนำกำลังปูพรมค้นพื้นที่อย่างละเอียดแทบทุกตารางนิ้ว จนกระทั่งช่วงสาย วันที่ 14 มิ.ย. ก็พบรถเก๋งต้องสงสัย จอดอยู่ในบ้านเลขที่ 35 หมู่ 15 ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งมีตำหนิใกล้เคียงกันมาก อีกทั้งเจ้าของบ้านยังเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาตรงกับภาพของคนร้าย

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นที่บ้านดังกล่าว ก่อนพบรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กร 5157 อุดรธานี จอดอยู่ในบ้าน จากการตรวจค้นพบ น.ส.วาสนา งามลุน หรือ นิด อายุ 24 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมอาวุธปืนบีบีกัน แบบลูกโม่ดัดแปลงใช้กระสุนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เสื้อแขนยาวสีชมพู 1 ตัว กางเกงวอร์มขายาวสีดำ 1 ตัว ถุงมือ หน้ากากอนามัย ถุงผ้ามีอักษร “R” พิมพ์ด้านข้าง รองเท้าแตะ 1 คู่ และตั๋วจำนำ 2 ใบ ราคา 4 หมื่นบาท และ 3.4 หมื่นบาท โดยน.ส.วาสนา รับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม

โจรสาวสารภาพว่า แต่งงานอยู่กินกับสามี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 5 ขวบเศษ เรียนชั้นอนุบาล 2 โดยสามีไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล จะกลับเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ แต่เนื่องจากติดการพนันจนเป็นหนี้สินล้นตัวจำนวนหลายแสนบาท เงินในบัญชีก็ถอนออกมาจนหมดเพื่อใช้หนี้พนัน จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

ในวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้ไปดูลาดเลาว่าร้านทองจะปิดในช่วงค่ำไม่มีคนมาก วันก่อเหตุจึงขับรถเก๋งไปกับลูกสาว ปล่อยให้ลูกสาวนั่งรอในรถ แล้วลงไปทำทีเป็นเลือกซื้อทอง ขณะนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจ จึงต้องทำเป็นดูทองต่อไปเรื่อยๆ หลังจากตำรวจออกจากร้านทองไปก็ลงมือจี้ ได้ทองไป 5 บาท ก่อนจะหลบหนีไปกบดานที่บ้าน แล้วนำทองไปขายในตัวอำเภอ กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

‘การพนัน’ลงได้ตกเป็นทาสของมัน ไม่ใช่แค่ตัวเองจะเหมือนตกนรก แม้แต่ครอบครัวก็ต้องมารับเคราะห์กรรมไปด้วย