สดจากสนามข่าว : เกาะติดตร.พิชิตคดีสยอง ฆ่าเปลือยสาว-ศพทิ้งคูน้ำ ‘กล้องวงจรปิด’สำคัญยิ่ง

นพรัตน์ คุ้มศรี – พิชัย ศรีรุ่งเรือง – ภัทรพล แก้วสกุณี – เรื่อง/ภาพ

บ่าย 3 โมงครึ่ง วันที่ 19 มิ.ย. บริเวณคูน้ำริมถนนสาย 345 หมู่ 1 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี กระหึ่มไปด้วยเสียงตะโกนสาปแช่ง ด้วยความโกรธแค้น พลันที่ พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมือง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จังหวัดปทุมธานี และสภ.เมืองปทุมธานี

ควบคุมตัว นายพีระพัฒน์ คำลุน หรือ โจ อายุ 32 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี เป็นพนักงานขับรถส่งของประเภทล้อแม็กซ์ ผู้ต้องหาฆ่าเปลือยสาว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ใช้เวลาเพียง 5 นาที ตำรวจก็รีบนำตัวนายพีระพัฒน์ กลับขึ้นรถเพื่อความปลอดภัย

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ปฤกษา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่าเปลือย ห่อผ้าห่มมาทิ้งไว้ริมถนนสาย 345 หมู่ 1 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.ท.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พัฒนา สัมมาทิตฐิ รอง ผกก.ป. แพทย์นิติเวช ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 1 ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำกลางป่าหญ้ารก ห่างจากถนน 10 เมตร พบศพผู้หญิงอายุประมาณ 25-30 ปี สภาพถูกห่อด้วยผ้าห่มสีชมพู-แดง ลายการ์ตูน บริเวณใบหน้าถูกครอบด้วยถุงพลาสติกใสแบบหูหิ้วแล้วมัดถุงอย่างแน่นหนา ส่วนลำคอถูกรัดด้วยสายไฟลำโพงสีฟ้า-น้ำเงิน

เมื่อเจ้าหน้าที่แกะผ้าหุ้มศพออก พบว่าสภาพศพเปลือยเปล่า มีเสื้อยืดสีแดง เสื้อคลุมสีดำ และกางเกงยีนส์ ขาสั้น เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน ถูกถอดออกมากองรวมไว้ และกระเป๋าสะพายสีฟ้า ภายในมีโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 60 บาท นาฬิกาข้อมือสีชมพู 1 เรือน ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว 1 ชิ้น และยังไม่ได้ใช้ 3 ชิ้น

รวมทั้งเครื่องสำอาง นอกจากนั้นยังพบกระเป๋าสตางค์สีดำอีก 1 ใบ ภายในกระเป๋ามีบัตรประชาชนผู้ชายและบัตรสุขภาพ 30 บาท เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีคนหาปลาพบผ้าห่มสีชมพู-แดงลอยอยู่เหนือน้ำ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าภายในเป็นคน จึงรีบแจ้งตำรวจ

ตำรวจตรวจ สอบชื่อตามบัตรประชาชนพบว่า เป็นของแฟนหนุ่ม ผู้ตาย ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรื่อนจำในคดียาเสพติด ขณะที่ผู้ตายชื่อ น.ส.มะลิวรรณ อ่อนหนู อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร


นอกจากนี้พยานยังให้ข้อมูลว่าเมื่อกลางดึกเห็นรถกระบะอีซูซุต้องสงสัยมาจอดเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจหาเลขทะเบียนรถ ตามแยกไฟแดงต่างๆ เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

08.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.ต.สุรพงษ์เรียกประชุม เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ที่ห้องประชุมใหญ่ สภ.เมืองปทุมธานี ก่อนเปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ไล่ตรวจสอบภาพ จากกล้องวงจรปิดริมถนน จนรู้เส้นทางของรถคันดังกล่าว โดยในเวลาช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 17 มิ.ย.

พบว่ารถกระบะคันดังกล่าวขับมาจากหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของผู้ตายจากนั้นวิ่งกลับรถใต้สะพานโคกอีแร้งวิ่งผ่านเข้าสู่ถนนซ่อมสร้าง ข้ามสะพานปทุมธานี 2 มุ่งหน้าเข้าถนนสาย 345 ไปกลับรถแยกซ้ายบางบัวทอง มุ่งหน้ากลับมาทาง จ.ปทุมธานี อีกครั้ง

เย็นวันนั้นเอง พ.ต.ท.วิศิษฎ์ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ควบคุมตัวพยาน 2 คน มาสอบสวน จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ นายพีระพัฒน์ คำลุน หรือ นายโจ อายุประมาณ 35 ปี ทำงานอยู่ร้านรับซ่อมขายล้อแม็กซ์ แถวถนนซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร ก่อนจะตามไปจับกุมนายพีระพัฒน์ได้ ขณะขับรถส่งของภายในซอยวัดกู้ เขต อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นาย พีระพัฒน์รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่าน.ส.มะลิวรรณจริง โดยก่อนเกิดเหตุ คืนวันที่ 16 มิ.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ได้ชวนเพื่อนร่วมงานเป็นคนลาว 2 คน ไปกินเหล้าฉลองเงินเดือนออกกัน ที่ร้านอาหารแถวหมู่บ้านแฟลตปลาทอง

ก่อนขับรถกระบะ วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผฉ 172 อุบลราชธานี ไปพบผู้ตายจึงชักชวนให้ร่วมหลับนอนกันที่ห้อง จากนั้นจึงขับรถไปส่งเพื่อนคนลาวที่ร้านแม็กซ์ แล้วพาผู้ตายไปที่ห้องพักที่อยู่หลังร้านแม็กซ์เพื่อร่วมหลับนอนกัน แต่ผู้ตายเกิดขัดขืนทำให้เกิดความโมโหจึงลงมือฆ่า

โดยใช้สายลำโพงรัดคอแต่เห็นว่ายังตายไม่สนิท จึงใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะจนเสียชีวิต จากนั้นอำพรางศพมัดใส่ผ้าห่มอุ้มขึ้นรถมาคนเดียว แล้วเอาไปทิ้งในจุดเกิดเหตุ พอตอนเช้าก็มาทำงานตามปกติ โดยได้ซื้อน้ำอบมาพรมในรถเพื่อดับกลิ่นศพ กระทั่งวันนี้ได้ขับรถไปส่งแม็กซ์ให้ลูกค้าย่าน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กระทั่งถูกชุดสืบสวนจับกุมได้ดังกล่าว

นายพีระพัฒน์ถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่น โดยเจตนาและปิดบังอำพรางทำลายหลักฐานศพ” ส่วนคนลาวทั้งสองกันตัวไว้เป็นพยาน

ก่อนนำมาสู่การทำแผนยังจุดที่เกิดเหตุ ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่ง