สดจากสนามข่าว : ย้อนรอยหนุ่มแช็ตลวง มอมยารูดทรัพย์สาวแบงก์ 2เหยื่อจำได้-โผล่ชี้มัดตัว

ชยพล ปัญญาวิศิษฎ์กุล – เรื่อง/ภาพ

เทคโนโลยีที่ใช้พูดคุยสื่อสารระหว่างกันมีมากมาย แต่หากนึกถึงแอพฯ มือถือที่ขึ้นชื่อเรื่องเอาไว้สื่อสารพบปะพูดคุยระหว่างชาย-หญิง ชื่อของแอพฯ “บีทอล์ก” จัดอยู่ในอันดับต้นๆ แต่เหรียญมีสองด้านฉันใดก็ฉันนั้น

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.หญิงหัทยา สัมมา ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกมอมยารูดทรัพย์ภายในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง หลังตลาดสดหมอสาโรจน์ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลระยอง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ เหตุเกิดบนชั้น 2 ของ คอนโดฯ พบน.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 32 ปี อยู่ในอาการมึนงง สะลึมสะลือ ไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลระยอง จากการตรวจสอบภายในห้องพบข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง

ตำรวจสอบเพื่อนข้างห้องเปิดเผยว่า น.ส.ส้มทำงานเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง โดยเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย. น.ส.ส้มได้มาเคาะประตู พอเปิดมาเห็นสภาพเจ้าตัวถูกมัดมือในสภาพเปลือย จึงรีบหาผ้ามาปิดร่างกายและแก้มัด 

สอบถามก็ตอบเพียงว่าถูกคนทำร้าย เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าข้าวของถูกรื้อกระจายทั้งห้อง จึงแจ้ง รปภ.ของคอนโดฯ ก่อนที่ รปภ.จะแจ้งตำรวจดังกล่าว

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย. น.ส.ส้มนั่งรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว ไม่ทราบทะเบียน เข้ามากับชายวัยกลางคนแต่งตัวดี 2 คน ก่อนที่จะขึ้นไปบนห้องประมาณ 20 นาที ก็ลงมาและขึ้นรถออกไป

จนกระทั่งต่อมาเวลา 20.00 น. ได้เข้ามากับรถยนต์คันเดิม และชาย 2 คนที่มาเมื่อช่วงเย็นก็ขึ้นไปบนห้อง จนถึงเวลา 22.00 น. ชายทั้งคู่เดินลงมาขึ้นรถและขับออกไปทันที โดยมีการถือบางอย่างติดมือลงมาด้วย

ด้านน.ส.ส้มที่อาการดีขึ้น แต่ยังมีอาการมึนงงและหวาดผวา พบว่าทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วย แหวนเพชร สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ เงินสด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และกระเป๋าแบรนด์เนม มูลค่ารวมกว่าแสนบาท


ส่วนคนร้ายทั้ง 2 คนเจ้าตัวให้การว่า เพิ่งรู้จักกันทางแอพพลิเคชั่น “บีทอล์ก” และนัดเจอกันในช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ

พ.ต.อ.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน ผกก.สภ.เมืองระยอง สั่งระดมสืบสวนจากหลักฐานการแช็ตและรถที่คนร้ายใช้ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายอนันต์ ทวีคูณ หรือเล็ก อายุ 43 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.อ่างทอง จึงได้ขออนุมัติหมายศาลจับกุม พร้อมกับพยายามแกะรอยจนพบว่าหลบหนีมากบดานอยู่ย่านหลักสี่ กทม.

เย็นวันที่ 23 มิ.ย. พ.ต.ท.ธีระพงษ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองระยอง พร้อมชุดสายสืบพบตัวนายอนันต์เดินอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าหลักสี่พลาซ่า เขตหลักสี่ กทม. จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนควบคุมตัวไปยังห้องพักที่อยู่ใกล้เคียง ตรวจค้นพบทรัพย์สินของน.ส.ส้ม หลายรายการ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

นายอนันต์ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริงและทำเพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ได้แช็ตคุยกับผู้เสียหายทางโปรแกรมบีทอล์ก เมื่อเหยื่อตายใจจึงวางแผนเดินทางไปหา โดยเช่ารถยนต์พร้อมคนขับจาก กทม.ไปหาผู้เสียหาย โดยที่ชายคนขับไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่อย่างใด

เมื่อเข้าไปที่ห้องก็ได้มอมยาในไวน์ พอผู้เสียหายหมดสติก็ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นจึงหยิบเอาทรัพย์สินแล้วจับมัดไว้ก่อนหลบหนีไป

“ผมยังเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่เนื่องจากเหยื่อที่ถูกผมก่อเหตุอยู่ที่ จ.เชียงใหม่, พัทยา และที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเหยื่อทั้ง 3 คนได้แจ้งความไว้แต่ไม่มีหลักฐาน จนกระทั่งมาก่อเหตุกับ สาวแบงก์เป็นรายที่ 4 จนถูกจับกุมตัวได้” นายอนันต์กล่าว

ตร.แจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พร้อมทั้งประสานให้ทางผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุก่อนหน้านี้มาชี้ตัวยืนยัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาชี้ตัวนายอนันต์เพิ่มเติมอีก 2 ราย รายหนึ่งเป็นพยาบาล อยู่ที่ร.พ.แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ถูกนายอนันต์หลอกผ่านโปรแกรมแช็ต บีทอล์ก ว่าเป็นทหารและทำทีคุยปรึกษาเรื่องสุขภาพ ก่อนจะหลอกลวงยืมเงิน 45,000 บาท พอโอนให้ก็หายตัวไป

ส่วนสาวอีกรายเป็นชาวนครปฐม ถูกนายอนันต์ขโมยบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 30 เบอร์ โดยแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี 

ตำรวจฝากประชาสัมพันธ์ แจ้งให้ผู้เสียหายที่ถูกนายอนันต์หลอกลวง สามารถนำหลักฐานมายืนยันชี้ตัวได้ที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งคาดว่าจะมีทยอยกันเข้ามาอีกหลายราย