สดจากสนามข่าว : ผ่าปฏิบัติการล้อมจับระทึก มือฆ่าเจ้าของสวนมะพร้าว เหิมยิงใส่ตำรวจ-โล่กระจุย

สุเชษฐ์ แรกรุ่น – เรื่อง/ภาพ

กลางดึกวันที่ 23 มิ.ย. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายอุดม รามแก้ว อายุ 56 ปี หรือลุงดม ที่ชาวบ้านละแวกบ้านหมู่ 9 ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรี ธรรมราช ต่างรู้จักเป็นอย่างดี ทั้งหมู่บ้านต่างงุนงงว่าใครกันที่ลงมือฆ่า ลุงดม ที่ทุกคนรู้ดีว่าเป็นคนธรรมะธัมโม ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร

ย้อนไปเมื่อช่วงเวลาดังกล่าว ร.ต.อ. ไพศาล ดำจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรี ธรรมราช รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายหนองเสม็ด- เกาะทวด หมู่ 9 ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุริยา ศรีแฉล้ม สว.หน.สภ. พ.ต.ท.สิงห์หล วิโรจน์กุล สว.(สอบสวน) ร.ต.อ.ยอดมนัส รอดหน่วย รอง สวป.รักษาการ สวป. แพทย์เวร ร.พ.ปากพนัง และ อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณปากซอยเข้า สวนมะพร้าว พบศพนายอุดม รามแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 9 ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง นอนตายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่ชายโครงซ้าย กระสุนทะลุหน้าอก รวม 6 รู

นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กณ 5092 นครศรีธรรมราช ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ข้างพุ่มไม้ข้างทาง 1 ปลอก จึงเก็บ เป็นหลักฐาน

ภายหลังสอบสวนตำรวจพบว่า นายอุดมเป็นคนดี เรียบร้อย เป็นคนธรรมะธัมโม เป็นเจ้าของสวนมะพร้าวรายใหญ่คนหนึ่งในตำบล ชอบเข้าวัดทำบุญ และช่วยเหลืองานกิจการของวัดในละแวกตำบลป่าระกำ ที่สำคัญตำรวจไม่พบว่านายอุดมมีเรื่องบาดหมางหรือขัดแย้งกับใครเลย

เมื่อไม่พบว่าลุงดมมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร ตำรวจจึงตั้งเป้าไปที่ เรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สิน จนทราบเบาะแสของคนร้ายซึ่งพบว่าเป็นญาติสนิทของลุงดม โดยทั้งคู่กำลังมีปัญหากันเรื่องมรดกที่ดิน

วันที่ 29 มิ.ย. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง ของ นายประดิษฐ์ รามแก้ว อายุ 58 ปี ญาติสนิทของลุงดม ซึ่งมีเรื่องขัดแย้งกันภายในครอบครัวเรื่องมรดกที่ดิน ก่อนที่ลุงดมจะถูกยิงเสียชีวิต และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว


แต่ขณะชุดสืบสวนจะเข้าตรวจค้นปรากฏว่านายประดิษฐ์ยิงปืนลูกซองสวนออกมา ก่อนปิดประตูขังตัวเองอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังปิดล้อม พร้อมเจรจาขอให้มอบตัวแต่ไร้ผล ซ้ำยังมีการยิงปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ออกมาเป็นระยะด้วย เจ้าหน้าที่จึงประสานขอกำลังสนับสนุน พร้อมปิดล้อมอยู่ทั้งคืน

รุ่งขึ้น 30 มิ.ย. พ.ต.ท.สุริยา ศรีแฉล้ม สว.หน.สภ.เกาะทวด จ.นครศรีธรรม ราช นำกำลังตำรวจ สภ.เกาะทวด ร่วมกับตำรวจ สภ.ปากพนัง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.นครศรีธรรมราช เข้าช่วยปิดล้อม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 5 นาย ถือโล่กำบังจู่โจมเข้าไปในบ้าน แต่ก็ถูกนายประดิษฐ์ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ แต่กระสุนโดนโล่กำบังทำให้ตำรวจกระเด็นหงายท้อง โชคดีที่กระสุนไม่ทะลุโล่ จึงต้องยกเลิกการจู่โจมเข้าจับกุม เพราะเกรงว่าอาจ เกิดการสูญเสียได้ ขณะที่นายประดิษฐ์ ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้าน แม้ตำรวจจะยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปเพื่อกดดันก็ยังไม่เป็นผล

ต่อมาช่วงเย็น พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สั่งการให้ พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังร่วมสนับสนุนและให้ระมัดระวังตัวในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอันตราย

ล่าสุดในวันที่ 1 ก.ค. พ.ต.อ.โชคดีรอจนนายประดิษฐ์ อ่อนล้า จึงได้เข้าประชิดตัวบ้านพร้อมพังประตูเข้าไป ในขณะที่นายประดิษฐ์พยายามใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไวกว่าและสามารถควบคุมตัวนายประดิษฐ์ไว้ได้ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก

นายประดิษฐ์ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เกาะทวด เบื้องต้นยังไม่มีการให้การใดๆ เพราะเป็นคนหูพิการ พูดจาไม่ได้ยิน ทำให้สอบปากคำยาก ต้องให้หลานมาช่วยถามและแปลคำพูดให้ แต่ได้ตั้งข้อกล่าวหาหลายกระทง ทั้งเรื่องขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ พยายามฆ่า และคดีอาวุธปืน ส่วนคดีการตายของนายอุดมเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป

พ.ต.อ.โชคดีกล่าวว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ 2-3 วันที่ผ่านมาต้องมีความอดทนต่อเหตุการณ์เป็นอย่างมาก และลูกน้องต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง แต่ถือว่าโชคดีมากที่คมกระสุนไม่ทะลุโล่กำบัง ทำให้รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด โดยทางผู้บังคับบัญชาได้ให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทุกคนด้วย