สดจากสนามข่าว : ย้อน3คดีผัว-เมียหึงโหด ยิงดับ2ศพ!สยองคาบ้าน อีกรายถูกตัดเจ้าโลกขาด

กฤษณะ เชิญธงไชย – อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล – ชำนาญ ใจเอื้อ – อนงค์ วงศ์ช่วย – เรื่อง/ภาพ 

คดีหึงโหดผัวฆ่าเมีย-เมียฆ่าผัว มีให้รับรู้กันแทบจะทุกวัน สาเหตุก็เป็นเรื่องเดิมๆ คือความเจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ล่าสุดเพียงแค่ 3 วัน เกิดเหตุฆ่ากันตายและทำร้ายร่างกายกันถึง 3 คดี โดยมีต้นเหตุมาจากความเจ้าชู้ทั้งสิ้น

ย้อนไปเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ตร.สภ.แม่โจ้ รับแจ้งมีเหตุหญิงสาวถูกอาวุธปืน ได้รับบาดเจ็บที่ห้อง 16 ของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมทั้งรายงานให้ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รับทราบ

ในที่เกิดเหตุพบ นายมะกอรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี น.ส.ฉวีวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ภรรยาอายุ 27 ปี ยืนรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ ขณะที่ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาว ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ถูกอาวุธปืนเจาะเข้าที่ต้นขาขวา จึงรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสันทราย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมะกอรีพาน.ส.บี ซึ่งเป็นภรรยาน้อย มาเข้าพักที่ห้อง 16 โรงแรมดังกล่าว ก่อนที่น.ส.ฉวีวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ภรรยาหลวง ทราบเรื่องจึงเดินทางตามมาที่โรงแรมดังกล่าว

เมื่อ น.ส.ฉวีวรรณเดินทางมาถึง ก็พยายามจะเข้าไปภายในห้องพักดังกล่าว ทางพนักงานโรงแรมจึงแจ้งตำรวจสายตรวจเพื่อเข้าระงับเหตุบุกรุก แต่ปรากฏว่าน.ส.บี เปิดประตูห้องออกมาพบกับน.ส.ฉวีวรรณ ซึ่งอยู่บริเวณหน้าห้องพอดี

น.ส.ฉวีวรรณจึงชักปืนพกสั้น ขนาด .38 ออกมาและเกิดการแย่งชิงปืนกัน ทำให้ปืนลั่นใส่บริเวณต้นขาขวาของน.ส.บีจนบาดเจ็บ ส่วนนายมะกอรีตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวน.ส.ฉวีวรรณดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและมีอาวุธปืนและเครื่องพกพาไปในเมืองสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ขณะที่เมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา ได้รับการประสานจากตำรวจสายตรวจให้ไปรับคนถูกตัดเจ้าโลก ขาดที่บ้านพักคนงานแปลงปลูกผักออร์แกนิก พื้นที่หมู่ที่ 5 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับการประสาน จึงนำรถพยาบาลฉุกเฉินไปรับตัวนายชัย (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ที่ถูกภรรยาตัดเจ้าโลกจนขาดเหลือแต่ตอ

ไม่เท่านั้นทางภรรยายังนำส่วนที่ตัดขาดไปซ่อนไว้ ไม่ยอมให้ทางหน่วยกู้ภัยนำไปให้แพทย์ต่อ ทางหน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งร.พ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อให้แพทย์รักษาอาการอย่างเร่งด่วน

ต่อมาตำรวจนำตัว น.ส.มีนา(นามสมมติ) อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นภรรยามาสอบสวน พร้อมกับชิ้นส่วนอวัยวะเพศที่โดนตัดขาดส่งให้แพทย์ หลังเจ้าตัวยอมบอกที่ซ่อน


น.ส.มีนาให้การว่า ตนกับสามีเป็นลูกจ้างปลูกผักออร์แกนิก และสามีเป็นคนหน้าตาดี และเจ้าชู้ไม่เลือกหน้ากับหญิงสาวหลายคน ตนเองทนไม่ได้ จึงใช้มีดทำครัวปาดจนอวัยวะเพศขาด ขณะที่สามีนอนหลับอยู่ แล้วนำไปซ่อนไว้ เพื่อไม่ให้หมอต่อ เนื่องจากหากตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้เช่นกัน หลังจากปาดเสร็จแล้ว เห็นสามีนอนร้องโอดโอยมือกุมอยู่ที่อวัยวะเพศที่ขาด จึงสงสารและ แจ้งตำรวจกับกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

ล่าสุดเป็นที่น่าเสียดาย ที่อวัยวะเพศที่ถูกตัดขาดนั้น ทางแพทย์แจ้งว่าไม่สามารถต่อได้ เนื่องจากเซลล์ตายหมดแล้ว

คดีสุดท้ายแต่ไม่ใช่ท้ายสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค. พ.ต.อ.สมชัย เทศนอก ผกก.สภ.นาทวี นำกำลังชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 8 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง โดยที่ชั้นล่างพบศพนาย เอกพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี เจ้าของบ้าน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ข้างเตียงนอน สวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .45 เข้าบริเวณด้านหลัง 2 นัด ส่วนที่ห้องครัวพบศพ น.ส.ทิพวัลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่ศีรษะ 1 นัด นอกจากนี้บนเตียงนอนยังพบจานกับข้าวที่เพิ่งกินเสร็จวางอยู่

จากการสอบสวนพยาน ทราบว่าคนร้ายคือ นายสุชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สามีของน.ส.ทิพวัลย์ หลังเกิดเหตุได้ขับรถกระบะโตโยต้า สีเงิน ทะเบียน ผค 603 สงขลา หลบหนีไปทางพื้นที่ อ.หาดใหญ่ 

ตร.สอบสวนสาเหตุพบว่า นายสุชาติจับได้ว่าน.ส.ทิพวัลย์ ไปแอบคบหาและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายเอกพงศ์ ซึ่งเป็นพ่อม่าย และเคยห้ามปรามหลายครั้ง ให้ทั้งสองเลิกติดต่อยุ่งเกี่ยวกัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมเลิก

กระทั่งวันนี้ น.ส.ทิพวัลย์แอบมาหานายเอกพงศ์ ถึงที่ บ้านพัก

นายสุชาติทราบเรื่อง จึงขับรถสะกดรอยตามมา และ พบว่าทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันภายในห้องนอน จึงบันดาลโทสะชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงทั้งคู่เสียชีวิต ก่อนขับรถหลบหนีไป

ต่อมานายสุชาติเข้ามอบตัวที่ สภ.นาทวี พร้อมปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา ก่อนใช้หลักทรัพย์ 1.5 ล้านประกันตัวออกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่นำอาวุธปืนขนาด .45 ของเจ้าตัวไปตรวจสอบ เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

น่าแปลกที่มีข่าวลงให้เห็นแทบทุกวัน แต่หาได้ช่วยให้คดีลดน้อยลงเลย